โครงการสร้างต้นแบบ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และ ค่านิยม , Good Practice Model
  ค้นหาข้อมูล
เรื่องเล่านักวิจัย
อา พฤ
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31
เข้าชมสมุดเยี่ยม
ลงนามสมุดเยี่ยม
 
[ เขียน Blog ]
[ สมัครสมาชิก ]
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้วยหลัก 3S+ (0)
มัชฌิมากับการปรับเปลี่ยนหลังดูงาน (0)
ความในใจที่ ...... อยากบอก (4)
คิดอย่างไร...กับจิตอาสา (2)
สรรสาระ.........จากซ่อมบำรุง (3)
“สาละ...เธอคือพลัง” (3)
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์….ปรับเปลี่ยนอะไร (2)
การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์: ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ (4462)
I AM READY กับ ค่านิยมหลัก สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ (0)
ไม่ไช่แค่สิ่งที่เห็น (2)
เรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้ (Learning How to Learn) (2114)
"วิกฤต" (2)
ข้อแตกต่างระหว่างมือใหม่หัดขับกับมือเก่าเก๋าเกม (0)
จิตวิทยาแห่งการนั่ง (The Psychology of Sitting) (4)
จิตสาธารณะ (0)
คนคมคิด : พุทธทาสภิกขุ (4070)
คนคมคิด : ภัทริน ซอโสตถิกุล (3623)
คนคมคิด : บันฑูร ล่ำซำ (5446)
ชุมชนให้อะไรมากกว่าที่เราคิด : บทเรียนจากชุมแสง (บทเรียนที่ 6-10) (1422)
ชุมชนให้อะไรมากกว่าที่เราคิด : บทเรียนจากชุมแสง (บทเรียนที่ 1-5) (9)
กระต่ายกับเต่าฉบับโลกาภิวัตน์ (5)
วันแห่งความรัก (2)
ปรับกระบวนทัศน์ด้วยKM... สู่องค์กรที่มีชีวิต ? (7)
ลูกคาดหวังอะไร? (2256)
“ผู้ป่วยทางจิต อย่าคิดผลักไส ควรมีน้ำใจ ห่วงใยดูแล” (3)
TH/index_16.gif
  พิธีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างโครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม กับหน่วยงานนำร่อง
  MV กิจกรรมอบรมพัฒนาจิตใจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม (2)
  MVกิจกรรมอบรมพัฒนาจิตใจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม (1)
  การประชุมเชิงปฎิบัติการ “แบ่งปันประสบการณ์การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม” (2)
  การประชุมเชิงปฎิบัติการ “แบ่งปันประสบการณ์การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม” (1)
  กิจกรรมอบรมพัฒนาจิตใจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม
  ข่าวเผยแพร่กิจกรรมของสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม
  ตอบคำถาม และสรุป โครงการสัมมนา “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อการเป็น Good Practice ในด้านการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม”
  เรื่องราวความสำเร็จของกรมราชทัณฑ์ โดยนที จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์
  เรื่องราวความสำเร็จของโรงพยาบาลบ้านตาก จังหวัดตาก โดยนางเกศราภรณ์ ภักดีวงศ์ พยาบาลวิชาชีพ 8
ดู Clip ทั้งหมด
เกณฑ์สำนักการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management : NPM)

       การบริหารงานภาครัฐ(Public administration) ในอดีตมีลักษณะโครงสร้างใหญ่ เทอะทะ ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างส่วนต่างๆ ถูกกำกับด้วยสายการบังคับบัญชาที่ไม่มีประสิทธิภาพ การให้บริการสาธารณะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ ดังนั้นจึงมี ความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการบริหารงานภาครัฐอันนำไปสู่แนวคิดเรื่องการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management : NPM) ซึ่งแนวคิดนี้มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1960 และมีอิทธิพลต่อการปฏิรูปการให้บริการภาครัฐในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม OECD (ประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้ว) เช่นประเทศสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูประบบราชการของประเทศไทย

ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อการปฏิรูปการให้บริการภาครัฐ
       การจัดการภาครัฐแนวใหม่มีอิทธิพลต่อการปฏิรูปการให้บริการภาครัฐในประเทศต่างๆ ใน 3 – 4 ทศวรรษ ที่ผ่านมา ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงคือ
       1. การให้บริการของรัฐให้ความสนใจนำเครื่องมือคือการบริหารงานของภาคเอกชนมา ประยุกต์ใช้ ทำให้การบริหารงานภาครัฐให้ความสำคัญต่อประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยัง เปลี่ยนบทบาทของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐเป็น “ผู้จัดการ (Manager) อันทำให้ ผู้ปฏิบัติงานมีบทบาท ความรับผิดชอบชัดเจน มีอำนาจในการตัดสินใจและต้องได้รับการประเมิน ที่เข้มข้นขึ้น
       2. บทบาทการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีความเป็นอิสระและ เป็นตัวของตัวเองในการจัดทำนโยบายสาธารณะหรือให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน เปลี่ยนเป็น ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคสังคม (Society) มากขึ้น ส่งผลให้การจัดทำหรือให้บริการของ ภาครัฐมีความชอบธรรม ถูกควบคุมและรับผิดชอบต่อภาคสังคมมากขึ้น
       3. โครงสร้างของระบบราชการจากที่มีลักษณะใหญ่โตและรวมศูนย์ (Centralized) เปลี่ยนเป็นการมุ่งเน้นกระจายอำนาจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน่วยงานภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับ ภาคประชาสังคม (Civil society) เพิ่มมากขึ้น จึงอาศัยกลไกในระดับท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับ ประชาชน หรือหน่วยงานอิสระภายใต้การกำกับ (Quasi-autonomous organization) ซึ่งมีความ ยืดหยุ่น และมีความเป็นระบบราชการน้อยกว่า

       Christopher Hood อธิบายเพิ่มเติมว่าการจัดการภาครัฐแนวใหม่เชื่อมโยงหรือมีอิทธิพล ต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานภาครัฐ ดังนี้
       1. ลดขนาดของภาครัฐ ทั้งในเชิงงบประมาณและบุคลากร
       2. กระแสของการปฏิรูปกิจการภาครัฐ
       3. ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร
       4. การเพิ่มความสนใจต่อประเด็นการจัดการภาครัฐ และการออกแบบนโยบาย

คำนิยามและองค์ประกอบของการจัดการภาครัฐแนวใหม่
       แม้ว่าการจัดการภาครัฐแนวใหม่จะมีอิทธิพลต่อการปฏิรูปการให้บริการภาครัฐในประเทศ ต่างๆ แต่ความหมายและคำนิยามของการจัดการภาครัฐแนวใหม่กลับไม่มีความชัดเจน อย่างไรก็ ตามนักวิชาการหลายท่านพยายามให้คำนิยามและอธิบายถึงองค์ประกอบของแนวคิดการจัดการ ภาครัฐแนวใหม่
       Christopher Hood การจัดการภาครัฐแนวใหม่ประกอบด้วย2 การบริหารงานที่เน้น บทบาทของมืออาชีพ, การกำหนดให้มีมาตรฐานและกฎเกณฑ์การวัดผลที่ชัดเจน, การมุ่งเน้นการ ควบคุมผลสัมฤทธิ์ของงาน, การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรของหน่วยงานภาครัฐ, การมุ่งเน้นการ แข่งขันมากขึ้น, การมุ่งเน้นลักษณะและรูปแบบการบริหารงานของภาคเอกชน, การให้ ความสำคัญกับการวินัยในการใช้จ่ายงบประมาณและความประหยัดคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร
       Jonathan Boston และคณะ การจัดการภาครัฐแนวใหม่ประกอบด้วย
       - โดยพื้นฐานแล้วการจัดการภาครัฐแนวใหม่เชื่อว่าการบริหารงานภาครัฐไม่มีความ แตกต่างจากภาคเอกชนมากนัก จึงสามารถใช้หลักการจัดการพื้นฐานแบบเดียวกันได้
       - เปลี่ยนจากการควบคุม ตรวจสอบกระบวนการในการบริหารหันมาให้ความสำคัญกับ การควบคุมและวัดผลลัพธ์ของงานมากขึ้น
       - เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับนโยบายมาเป็นมุ่งเน้นการจัดการโดยเฉพาะทักษะใน การจัดการ
       - มุ่งเน้นการถ่ายโอนอำนาจให้กับหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนา กลไกในการรายงานติดตามและตรวจสอบ
       - ปรับปรุงโครงสร้างให้มีขนาดเล็กและคล่องตัว
       - มุ่งเน้นกระบวนการแข่งขันในการให้บริการสาธารณะ
       - ระบบการทำสัญญาจ้างบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐระยะสั้น มีเงื่อนไขการจ้างกำกับ อย่างชัดเจนสามารถตรวจสอบได้
       - ประยุกต์ให้การจัดการของภาคธุรกิจในการจัดการภาครัฐ
       - ให้ความสำคัญกับการจูงใจด้วยเงินมากกว่าสถานภาพ
       - มุ่งลดหรือตัดรายจ่าย โดยการมีวินัยและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัด แต่มุ่ง เพิ่มผลผลิตของหน่วยงาน

       Jan - Eril Lane อธิบายถึงการจัดการภาครัฐแนวใหม่ในมุมมองที่ต่างจาก 2 มุมมอง ข้างต้น โดยชี้ให้เห็นบทบาทของภาคส่วนต่างๆ ภายในระบบการเมือง Lane อธิบายว่าการจัดการ ภาครัฐแนวใหม่ประกอบด้วยหลักการหรือจุดเน้นที่สำคัญ 3 ประการคือ
       1.รัฐบาล (Government) รัฐบาลต้องปรับบทบาทและหน้าที่จากเดิมที่ทำหน้าที่จัดสรร สินค้าและบริการ, รักษาระดับรายได้ของประชาชน, และการควบคุมตลาดและภาคเอกชนให้มีการ แข่งขันที่เหมาะสม เปลี่ยนเป็นผู้จัดซื้อ ผู้จัดหาและผู้ชี้ขาด
          - รัฐบาลในฐานะผู้จัดซื้อ จะมีองค์กรตัวแทน (Agent) ทำหน้าที่ติดต่อกับองค์กร สาธารณะองค์กรเอกชนที่ให้บริการต่างๆแก่ประชาชน ซึ่งมีจุดประสงค์ที่สำคัญคือการหาบริการที่ มีคุณภาพแก่ประชาชน
          - รัฐบาลในฐานะผู้จัดหาบริการ เป็นผู้จัดหาบริการซึ่งเป็นใครหรือองค์กรใดก็ได้ เพื่อทำหน้าที่ให้บริการที่ตรงตามความต้องการและเป้าหมายของรัฐบาลมากที่สุด
          - รัฐบาลในฐานะผู้ตัดสินชี้ขาด เป็นผู้แสดงบทบาทในการรักษา เสถียรภาพของ การทำข้อตกลงทางกฎหมายทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม
       2. ผู้บริหารสูงสุดในองค์กร (Chief Executive Officer : (EO) ซึ่งมี 2 ความหมาย คือผู้ควบคุมสถานะที่เกี่ยวกับการทำข้อตกลงต่างๆ, และผู้ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการ หรือมีระบบการบริหารจัดการที่เน้นอำนาจในสภาวะความเป็นผู้นำ
       3. ประชาชนพลเมือง (Citizen and population) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ซึ่ง รัฐบาลต้องจัดหาบริการสาธารณะโดยเน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลัก
       4. การบริหารจัดการ (Management) การจัดการภาครัฐแนวใหม่แยกเป็น 2 องค์ประกอบ คือแนวคิดการจัดการนิยม (Managerialism) เป็นการประยุกต์ใช้การจัดการของเอกชน ใน หน่วยงานภาครัฐเน้นความประหยัด ความมีประสิทธิภาพและความมีประสิทธิผล และแนวคิด เศรษฐศาสตร์เชิงสถาบันใหม่ เป็นการปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการให้มีขนาดกะทัดรัด และ มุ่งเน้นระบบการแข่งขัน

การปรับเปลี่ยนองค์กรภายใต้การจัดการภาครัฐแนวใหม่
       1. มิติวิธีการและแนวทางในการปฏิบัติงาน สมมติฐานเบื้องต้นที่สำคัญประการหนึ่งของ การจัดการภาครัฐแนวใหม่คือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีลักษณะพื้นฐานไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นการบริหารงานภาครัฐ จึงสามารถปรับใช้ความรู้หรือเทคนิควิธีการในการจัดการของ ภาคเอกชนได้
       2. เชิงโครงสร้างและภารกิจขององค์กร คือพยายามปรับลดขนาดองค์กรให้มีขนาดเล็กลง มีความคล่องตัว และเน้นการกระจายอำนาจให้ผู้ปฏิบัติงานในเชิงภารกิจ มุ่งให้มีการแยกภารกิจ ในการให้บริการออกจากภารกิจอื่นๆ เช่นภารกิจในเชิงนโยบาย ภารกิจในเชิงสนับสนุนเป็นต้น
       3. เชิงการแข่งขันและความสัมพันธ์กับภาคส่วนอื่นๆ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการ หนึ่งของการจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการแข่งขันและการปรับปรุง คุณภาพของการจัดทำบริการ

คุณเป็นผู้เข้าชมลำดับที่
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) | พัฒนาโดย บริษัท เอเชีย ไอที โซลูชั่น จำกัด