|
 |
|
เกณฑ์จากการประเมินทางสังคม และแนวคิดสำนักชุมชนเข้มแข็ง
เกณฑ์จากการประเมินทางสังคม และแนวคิดสำนักชุมชนเข้มแข็ง
การใช้เกณฑ์การประเมินทางด้านสังคมและแนวคิดสำนักชุมชนเข้มแข็งเป็นมุมมองทางด้านสังคมที่
เป็นการสะท้อนแนวคิดและวัฒนธรรมตลอดจนค่านิยมที่เกิดขึ้นในกระบวนการคิดและหล่อหลอมกระบวนการ
ทำงานของสังคมไทย โดยเฉพาะแนวความคิดที่สำคัญอันเกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่เน้นย้ำความสำคัญของการอยู่อย่างพอเพียงใน
บริบทของสังคมไทยซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิดชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ชี้ถึง
แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ
ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทัน
ต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์
ซึ่งความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบ
ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้จะต้อง
อาศัยความรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการ
ดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ
นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรู้รอบที่เหมาะสม
ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับ
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกได้
อย่างดี โดยในแต่ละองค์ประกอบของเกณฑ์ทางสังคมมีรายละเอียด ดังนี้
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในฐานะที่เป็นกระบวนทัศน์หนึ่งของการบริหารจัดการราชการ
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักคิดที่สามารถประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีกับบุคคลทุกคน ทุก
ระดับชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นกลุ่มคนที่ควรนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงมาใช้ เพื่อให้เกิดความมีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนิน
ชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลและพร้อมต่อการรองรับ
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบัน
การพัฒนาวัฒนธรรมและกระบวนทัศน์ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การเป็นข้าราชการที่มี วัฒนธรรมกระบวนทัศน์แบบพอประมาณ
วัฒนธรรมการพอประมาณ คือ วัฒนธรรมที่รู้จักความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป ไม่
สุดโต่ง ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น หน่วยราชการที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการในหน่วยราชการได้มี
ชีวิตแบบพอประมาณ จะเป็นหน่วยราชการที่คนใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริงและ สอดคล้องกับศักยภาพแห่งตน ทั้งนี้จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกณฑ์
พิจารณาประกอบ อาทิเช่น ความสันโดษของข้าราชการ กล่าวคือ คนในระบบราชการที่มีความยินดี พอใจ อิ่มใจ
สุขใจกับของของตน ให้ข้าราชการมุ่งค่านิยมที่จะพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุดเพื่อลดการพึ่งพิงความช่วยเหลือจาก
ภายนอกให้น้อยที่สุด เป็นต้น
การเป็นข้าราชการที่มี วัฒนธรรมและกระบวนทัศน์แห่งความมีเหตุผล
วัฒนธรรมแห่งความมีเหตุผล คือ การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงที่เป็นไปอย่างมี
เหตุผล โดยพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ
อย่างรอบคอบ ความมีเหตุผลจะทำให้หน่วยราชการรู้จักประมาณตนและประมาณสถานการณ์ ประการ
สำคัญคือการพิจารณาตัดสินใจหรือดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งหน่วยราชการต้องมีกระบวนการ
พิจารณาหรือตัดสินใจอย่างมีเหตุผล โดยใช้ความเป็นกลาง เป็นธรรม เที่ยงตรง ปราศจากอคติและ
สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและบริบททางสังคม
การเป็นข้าราชการที่มี วัฒนธรรมแห่งการมีและสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตนที่ดี
วัฒนธรรมแห่งการมีและสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี คือ การมีหรือสร้างระบบการเตรียมตัว
ให้พร้อมรับกับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งระยะใกล้และ
ระยะไกล โดยการร่วมกันเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ของหน่วยราชการ ระบบภูมิคุ้มกันที่ดีจะเป็น
ตัวช่วยลดความรุนแรงของวิกฤตหรือผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นทุนทางสังคมในระยะ
ยาวที่จะช่วยพัฒนาหน่วยงานราชการอย่างยั่งยืน
การเป็นหน่วยราชการที่มี วัฒนธรรมที่เน้นการมีความรู้คุณธรรม
วัฒนธรรมที่เน้นการมีความรู้คู่คุณธรรม ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งของการเป็นหน่วย
ราชการที่มีวัฒนธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวคือหน่วยราชการนั้นต้องส่งเสริมการ
เรียนรู้หลักวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน และนำความรู้มาพิจารณาเชื่อมโยงกันเพื่อ
ประกอบการวางแผนและการประยุกต์ปฏิบัติอย่างรอบคอบระมัดระวังและเข้ากับสถานการณ์ พร้อม
กับวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ หน่วยราชการต้องส่งเสริมหลักคุณธรรมอันประกอบไปด้วยความ
ตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
และมีคุณธรรมต่าง ๆ ที่ช่วยกำกับการดำเนินชีวิตให้อยู่ในครรลองที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ความ
เอื้อเฟื้อแผ่ ความรับผิดชอบ ความเสียสละ ฯลฯ
การเป็นหน่วยราชการที่มี วัฒนธรรมที่เน้นความสมดุลและยั่งยืน
วัฒนธรรมที่เน้นความสมดุลและยั่งยืน เป็นวัฒนธรรมที่เน้นการให้คุณค่าในด้านต่าง ๆ อย่าง
รอบด้านและยุติธรรม โดยไม่เน้นพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งมากจนเกินไป จนเกิดความเสียหายแก่ด้านอื่น
ๆ เป็นหน่วยราชการที่มีอัตลักษณ์ของตนเองและยังคงรักษาอัตลักษณ์นั้นไว้ได้ แม้จะต้องมีการเปิดรับ
กับความสัมพันธ์ทางสังคมรูปแบบใหม่ ๆ พร้อมกันนั้น เป็นหน่วยราชการที่ให้สำคัญกับการ
เตรียมพร้อมรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และ
เทคโนโลยี
กล่าวโดยสรุป หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่อยู่ภายใต้กรอบแนวคิด 3ห่วง2
เงื่อน นั่นคือ 3 ห่วง อันประกอบไปด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผลและการมีภูมิคุ้มกันที่ดีใน
ตัว โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้เงื่อนไข 2 เงื่อนไข คือ การมีความรู้ และคุณธรรม อันจะทำให้ดำเนินกิจกรรม
ด้านต่าง ๆ ได้อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นกลุ่มคนที่
ควรนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะต้องพัฒนาวัฒนธรรมที่นำสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยข้าราชการควรมีวัฒนธรรมกระบวนทัศน์แบบพอประมาณ มีเหตุผลใน
การตัดสินใจ สร้างระบบภูมิคุ้มกันในตนที่ดี เน้นการมีความรู้คู่คุณธรรม และเน้นความสมดุลและยั่งยืน
ซึ่งเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
|
|