Good Practice Model Blog

โครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยม

Archive for July, 2007

สำนักงานที่ดิน จังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดยคุณอรรถพร พันธุโกวิท
ผ.อ. กองแผน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

            ทีมวิจัยได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ท่านอรรถพร พันธุโกวิท ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งในอดีตท่านเคยเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา ซึ่งเราก็ได้สัมภาษณ์ท่านถึงสมัยที่ท่านได้อยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาท่านได้ทำอะไรและสาเหตุอะไรที่ทำให้ทำต้องเปลี่ยนแปลงองค์การ
สาเหตุที่เราเลือกไปสัมภาษณ์ท่านอรรถพร เนื่องจาการว่าในช่วงที่ทีมวิจัยได้ศึกษาเชิงลึกอยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลานั้น ข้าราชการภายในสำนักงานจะพูดถึงกันอย่างหนาหูว่า ช่วงที่สำนักงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากก็จะอยู่ในช่วงของท่านอรรถพร ดังนั้นจึงพลาดไม่ได้ที่จะมาสัมภาษณ์
จากการสัมภาษณ์ท่านอรรถพร ถึงสาเหตุที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาต้องเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเพราะอะไร ซึ่งท่านอรรถพรก็กล่าวว่า “ที่เปลี่ยนเพราะมันเป็นหน้าที่ เป็นสัญชาตญาณของตัวเองที่จะทำอะไรก็ตามมีที่มาจากฐานคติที่ว่าเราต้องทำในสิ่งที่คนอื่นก็ทำ และทำในสิ่งแปลกใหม่ ต้อง surprise ทำอะไรไม่ให้เหมือนชาวบ้าน คนอื่นจะ surprise กับเราหรือเปล่าไม่รู้ แต่เราต้องทำอะไรให้ surprise อยู่ไม่นิ่ง ” โดยท่านอรรถพร เน้นย้ำว่า ตัวผู้นำนั้นต้องทำให้ดู กล่าวคือ หัวหน้าต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกน้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์และให้เกิดการเรียนรู้เทคนิควิธีการที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนา และตัวผู้นำนั้นจะต้องเรียนรู้ทุกเรื่องเท่าที่จะทำได้และจะต้องพยายามทำให้ได้ในทุกอย่าง โดยที่ท่านกล่าวว่า “ที่เรียนนั้นเพราะอยากรู้ และไม่ต้องการให้ตนเหนือกว่าใคร แต่ต้องรู้ให้มากกว่าลูกน้อง”
เห็นได้ว่า ท่านอรรถพรเป็นผู้นำองค์การที่อยู่ไม่นิ่ง ท่านต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์การโดยตัวท่านเองจะต้องแสงดบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยที่ตัวผู้นำเองต้องทำเป็นแบบ (Role Model) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดทักษะสู่ผู้ร่วมงาน
ท่านอรรถพร เป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาในปี 2544 – 2546 […]

สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดยคุณนงพรรณ ราชบริรักษ์  (เจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ 7) 
วันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2550 ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา

                       ภารกิจคือเป็นแม่บ้านของสำนักงานงานประเภทบริการ  หนังสือเข้า-ออก  งานด้านการเงินและบัญชี  การจัดอบรมพัฒนาบุคลากร  ดูแลเรื่องความปลอดภัยของสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา  จัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในสำนักงาน  จัดสรรเงินเดือนให้กับพนักงาน  และเป็นคนรับหนังสือเมื่อมีเรื่องร้องเรียนต่างๆ  งานส่วนใหญ่ของฝ่ายอำนวยการจะค่อนข้างไม่เป็นรูปธรรมเจ้าหน้าที่จึงไม่ค่อยอยากมาอยู่ในฝ่ายนี้
                      การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการปรับปรุงอาคารสถานที่  การสร้างศาลพระภูมิ  ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเน้นในเรื่องการสวัสดีตอนเช้ามาก  การเปลี่ยนเคาท์เตอร์ใหม่เป็นโต๊ะเล็กลงเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้และเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่  การเบิกจ่ายได้ทันกับปีงบประมาณได้ทันกับปีงบประมาณซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนสาขาที่มีจำนวนมาก  การลดกระบวนการทำงานเริ่มในปี 2547 แต่ในเรื่องการออกโฉนดที่เรายังได้รับการประเมินยังไม่ผ่านเพราะต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการให้บริการ  เมื่อก่อนเป็นการลดกระบวนการทำงานโดยเป็นปัจเจกบุคคลและได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยกรมได้มีนโยบายมาให้เปลี่ยนแปลงตนเอง  การจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ทางกรมจะส่งมาให้ทั้งหมด 
                      มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทางสถานีวิทยุทุกๆ วันพฤหัสบดีแรกของเดือนโดยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเป็นผู้รับฟังปัญหาและตอบคำถาม
                      อนาคตกำลังจะมีโครงการจัดฝึกอบรมสัมมนาโดยการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยาย  มีการทำงานเป็นทีมและมีการประสานความร่วมมือในการขอข้อมูล  โดยมีการร่วมทานข้าวกันในระดับงานบริหารในสาขาภายในจังหวัด  มีค่านิยมในการทำงานเป็นทีม
                      ผู้นำมีการเปิดโอกาสให้พนักงานระดับล่างร่วมเสนอความคิด  ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคน่าจะเป็นในเรื่องของงบประมาณ  การเลือกคนที่ไม่ตรงกับงาน  ความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน  การปรับเปลี่ยนย้ายคนบ่อยมาก
                      มองในอนาคตว่าเจ้าหน้าที่จะต้องมีจิตสำนึกและวัฒนธรรมคือการสั่งการแบบกันเอง  เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน

สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดย นายเปลี่ยน   แก้วฤทธิ์  (เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 7)

                      ภารกิจหน้าที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท  ออกเอกสารสิทธิต่อเนื่องมาจากฝ่ายรังวัดและเป็นงานบริการตามประมวลกฎหมายที่ดิน  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  และพบปะกับผู้คนที่มารับบริการในงานทะเบียนเช่น  การจดทะเบียนขาย  โอนให้  แลกเปลี่ยน  โอนมรดก  มีการออกใบแทน  เป็นต้น  ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาจำนวน 8 คน 
                      กระบวนการทำงานจะมีการแบ่งแยกเอกสารโดยจะมีแถบสีติดอยู่ที่ซองตามความสำคัญคือ  สีแดง=เป็นเอกสารที่สำคัญๆ เช่นโฉนดที่ดิน  สีน้ำเงิน=เป็นเอกสารทั่วไป  สีเหลือง=เป็นเอกสารทั่วไปรองลงมา  และมีภายในสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาก็เพื่อสอนให้เจ้าหน้าที่ได้มีความเป็นระเบียบอีกทั้งยังเป็นการแบ่งประเภทเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะต้องขนย้ายเอกสารเอกสารประเภทที่สำคัญก่อน  การใช้บริการของประชาชนลำดับแรกต้องมาติดต่อกับฝ่ายประชาสัมพันธ์โดยทางฝ่ายประชาสัมพันธ์มีหน้าที่ตรวจเอกสารหลักฐานที่จะใช้ต่างๆ ว่ามีครบหรือไม่  จากนั้นก็ไปรับบัตรคิวแล้วรอเรียกจากนั้นก็ติดต่อทำเรื่องต่างๆ การติดต่อเรื่องมรดกจะใช้เวลานานมากที่สุด  ในกระบวนการทำงานเองสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาก็เสนอตัวตลอดตั้งแต่ปี 2538 ที่มีการปรับรื้อระบบราชการใหม่  โดยตัวเองเป็นผู้ริเริ่มเป็นคนเอาเรื่องบัตรคิวเข้ามาใช้โดยเริ่มใช้ที่แรกตามสาขาหาดใหญ่และเห็นว่าดีจึงนำมาใช้กับสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา  ปี 2540 สาขาที่ดินอำเภอสะเดาเป็นตัวทดลองในการลดขั้นตอนการทำงาน  ปัจจุบันมีการเฉลี่ยงานให้เข้ากับคนและให้เข้ากับจำนวนงานที่แต่ละสำนักงานได้รับ  เช่น  เมื่อสาขาหาดใหญ่มีงานมากแต่ไม่มีคนแต่สาขาสะเดามีงานน้อยดังนั้นเจ้าหน้าที่ในสาขาสะเดาจะต้องส่งคนมาช่วยสาขาหาดใหญ่เป็นต้น
                      เทคโนโลยีมีการนำระบบการออกบัตรคิวด้วยคอมพิวเตอร์มาใช้และการเก็บฐานข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินลงในคอมพิวเตอร์ประกอบกับการลงทุนด้วยตัวของเจ้าหน้าที่เองในการซื้อคอมพิวเตอร์ก่อนหน้าที่กรมจะส่งคอมพิวเตอร์มาให้ใช้เสียอีก  ซึ่งงบประมาณในการซื้อนั้นเป็นเงินของเจ้าหน้าที่เอง  มีการเขียนโปรแกรมการให้บริการก่อนที่กรมที่ดินจะส่งโปรแกรมมาให้  คอมพิวเตอร์ที่กรมส่งให้เพิ่งได้มาเมื่อปี 2548 ได้มา 3 เครื่องและเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้คุณภาพ
                      มีการบอกพนักงานให้มีความเสียสละในการทำงานตั้งแต่ปี 2540 มีการสร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าหน้าที่ในฝ่ายโดยการยกย่องผลงานที่คนนั้นได้ทำมา  พยายามให้เจ้าหน้าที่หัดคิดแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
                      ผู้นำควรเอาจริงเอาจังไม่เฉยเมยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น  และเน้นในเรื่องที่ต่างคนต่างทำงานให้กลับมาทำงานเป็นทีมกันมากขึ้น  เอาใจใส่เจ้าหน้าที่โดยการเดินออกตรวจตราเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานอยู่  ดูแลพนักงานอย่างทั่วถึง
                      […]

สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดยนายอำนวย   พิณสุวรรณ (เจ้าหน้าที่รังวัด 7) 
วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2550 ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
                      ภารกิจหลักของฝ่ายเป็นฝ่ายที่สัมผัสกับประชาชนโดยตรงมีหน้าที่ทำรังวัด  ทำแผนที่  เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปทำโฉนดที่ดิน  และออกไปวัดสถานที่ทั้งเจ้าของที่ดินเอง  เจ้าของที่ดินข้างเคียง  หรือที่ดินที่เป็นของหน่วยงานของรัฐ  เป็นการเริ่มต้นงานเอกสารสิทธิที่ดินทั้งหมด  มีการดำเนินงานโดยมีกฎหมายรองรับ  เช่น  ประมวลกฎหมายที่ดิน  ประมวลกฎหมายแพ่ง  เป็นต้น  ตอนนี้ก็มีรังวัดเอกชนซึ่งมีกฎหมายรองรับแล้วเมื่อเอกชนทำรังวัดแล้วก็จะส่งเรื่องมาให้สำนักงานที่ดินจังหวัดตรวจอีกที  เมื่อก่อนตอนปี 2540 ตอนที่ดินมีการซื้อขายกันมากก็มีประชาชนมาติดต่อให้ทำรังวัดแต่ต้องรอคิวประมาณ 1-2 ปีแต่เป็นช่วงที่ดินค่อนข้างแพงจึงอาจทำให้เกิดข่าวการรับสินบนกันมาก  เพราะเจ้าของที่ต้องรีบขายจึงต้องยอมรับตรงจุดนี้ว่าชาวบ้านที่ให้เจ้าหน้าที่ที่ดินก็เพราะต้องการความรวดเร็ว  ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่รังวัดในหน่วยงาน 8 คนการทำงานต้องเลิกงานเวลา 2-3 ทุ่มเกือบทุกวัน  การออกไปรังวัดจะมีเจ้าหน้าที่รังวัด 1 คนและจะมีผู้ช่วยรังวัดซึ่งเป็นลูกจ้างที่ประชาชนจ้างอีก 2 คนซึ่งเป็นทีมงานของเจ้าหน้าที่เอง  ลูกจ้างดังกล่าวมีการขึ้นทะเบียนแรงงานด้วยเพื่อกันแรงงานต่างด้าว 
                      กระบวนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือการมาติดต่อของทำรังวัดประชาชนจะต้องผ่านฝ่ายทะเบียนก่อนจึงจะทำรังวัดได้  แต่ปัจจุบันสามารถขึ้นมาติดต่อได้โดยตรงเลยและถือว่าเป็นการเรียนรู้งานฝ่ายทะเบียนได้อีกด้วยแต่ต้องแยกไปชำระเงินซึ่งตรงนี้ต้องทำให้เป็นระเบียบเดียวกัน  และในส่วนนี้มีเฉพาะที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาที่เดียวและกฎหมายก็ไม่ได้มีขึ้นว่าให้เราต้องทำแต่เราทำกันเองเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน  การออกไปรังวัดเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็ต้องกลับมานั่งคำนวณและเขียนต่อในตอนเย็นของทุกวัน
                      มีการเปิดเวปไซต์ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาเมื่อเดือนมีนาคม 2550 โดยกรมที่ดินสนับสนุนงบประมาณในการเช่ารายปีละ 6,000 กว่าบาท  ส่วนเรื่องการเขียนโฮมเพจก็ให้ทางเอกชนช่วยเหลือบ้าง  ปี 2540 มีการลดขั้นตอนดังกล่าวมาข้างต้นและยังมีโปรแกรมที่ใช้ในการเก็บข้อมูลในการทำรังวัดไว้ในระบบของคอมพิวเตอร์อีกด้วย
                      พยายามให้เจ้าหน้าที่เกิดการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาโดยบังคับให้ทุกคนสมัคร […]

สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดยนางสารภี   จันทร์มี  (นักวิชาการที่ดิน 8ว.) 
วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2550 ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
                      กลุ่มงานวิชาการเป็นกลุ่มงานที่คอยสนับสนุนงานสำนักงานที่ดินจังหวัด  โดยจะคอยแก้ไขปัญหาข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับที่ดินซึ่งมีความสำคัญมาก  ดูแลนโยบายสำคัญที่ทางจังหวัดหรือกรมได้มอบหมายให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาทำ  และคอยตรวจสอบประเมินผลโครงการหรือนโยบายต่างๆ  อีกทั้งยังเป็นกลุ่มงานที่ช่วยฝ่ายทะเบียนเมื่อเวลาเกิดปัญหาในข้อกฎหมายกับประชาชน  มีเจ้าหน้าที่ภายในกลุ่มงานนี้จำนวน 5 คน
                      ผลงานหรือจุดเด่นที่ผ่านมาโดยตลอดสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาได้เสนอตัวเองเข้ารับรางวัลต่างๆ ก่อนหน้าที่ ก.พ.ร. จะมีนโยบายปรับระบบราชการเสียอีก  โดยตั้งแต่ปี 2538 ที่มีการปรับรื้อระบบราชการครั้งใหญ่ที่จะต้องบริการประชาชนที่อยู่ตรงหน้าให้รวดเร็วขึ้นและเริ่มมีคำว่าจิตสำนึกในการทำงานหรือ Service mind ต่อมาปี 2540  กรมที่ดินเริ่มมีการทำบัตรคิวมาใช้เพื่อให้บริการประชาชนเพราะประชาชนที่มาก่อนจะได้มีความเป็นระเบียบมากขึ้นและเพื่อเป็นการทำให้ไม่เกิดความขัดแย้ง  ซึ่งการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลานั้นเป็นต้นแบบให้กรมนำจุดนี้ไปใช้ให้เหมือนกันกับทุกจังหวัด  ตรงจุดนี้บางทีนโยบายจากทางภาครัฐจะไม่ค่อยมีกรมที่ดินเองก็ปรับเปลี่ยนตัวเองค่อนข้างมาก  เพื่อให้เกิดความทันสมัยและเพื่อให้ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด  ยังมีการเก็บฐานข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินไว้ในคอมพิวเตอร์อีกด้วยเพราะเมื่อที่ดินของใครมีปัญหาอย่างไรก็จะสามารถดึงข้อมูลตรงนี้ขึ้นมาใช้ได้ 
                      ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีแล้วนั้นทุกองค์กรต้องมียุทธศาสตร์ต้องมีแผนมารองรับในการปฏิบัติราชการแล้วก็แตกออกไปเป็นแผนปฏิบัติ(Action plan)ถามว่ายุทธศาสตร์นี้ควรที่จะเกิดนานแล้วมั้ยนั้นตอบได้ว่านานแล้วแต่อยู่ในรูปแบบของแผนพัฒนา  เราเริ่มมีแผนของตัวองค์กรเองตั้งแต่ปี 2548 แต่ก่อนหน้านี้เราได้เปลี่ยนแปลงมาตลอดตั้งแต่ปี 2545,2546 โดยการเปลี่ยนแปลงจากตัวผู้นำและผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ช่วยกัน  แต่เมื่อปี 2548 เราก็ได้มีแผนขึ้นมาชัดเจนทั้ง 3 ด้านคือ  สถานที่  งาน  และคน  ต่อเนื่องมาถึงปี 2549 เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก  เพราะฉะนั้นมันมีมาตั้งแต่ปี […]

สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดย นายวิรัช   ดวงแก้ว (เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา) 
 วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2550 ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา
              สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาแบ่งงานออกเป็น 4 ฝ่าย  1 กลุ่มงาน  ได้แก่  ฝ่ายอำนวยการ  ฝ่ายทะเบียน  ฝ่ายรังวัด  ฝ่ายควบคุมและรักษาหลักฐานที่ดิน  และกลุ่มงานวิชาการ  นอกจากนี้ยังมีสาขาส่วนแยกและสำนักงานที่ดินอำเภอต่างๆโดยแบ่งออกไปตามอำเภอ  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน                 การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับสำนักงานที่ดินก็คือปัจจุบันนี้ประชากรในประเทศ  หรือในจังหวัดเองนั้นได้เพิ่มมากขึ้นและส่งผลให้มีการแบ่งจัดสรรที่ดินออกเป็นแปลงๆ  โดยยกตัวอย่างเช่นเมื่อครอบครัวหนึ่งมีลูกจำนวน 5 คน  และมีที่ดินทั้งหมด 5 แปลง(ไร่)เมื่อพ่อแม่ต้องการมอบที่ดินให้ลูกจึงต้องแปลงที่ดินจาก 5 แปลงนั้นให้ลูกๆคนละ 1 แปลง  ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานที่ดินที่จะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องการทำรังวัด  และการออกเอกสารสิทธิ  ซึ่งตรงนี้การทำรังวัดจะต้องใช้เวลาประกอบกับเจ้าหน้าที่เองเรามีน้อยจึงอาจทำให้คนที่ไม่รู้เห็นในตรงนี้เข้าใจว่าหน่วยงานของเรามีการเรียกรับสินบน  แต่ถ้าภายในตัวหน่วยงานเองคงจะเป็นในเรื่องของการทำรังวัดซึ่งเมื่อก่อนประชาชนที่มาขอทำรังวัดจะต้องไปยื่นเรื่องติดต่อกับฝ่ายทะเบียนก่อนจึงจะสามารถขึ้นไปติดต่อในฝ่ายรังวัดได้  แต่ปัจจุบันประชาชนที่จะมาขอรังวัดสามารถติดต่อฝ่ายรังวัดได้โดยตรงเลย  ซึ่งเมื่อประชาชนมาติดต่อฝ่ายรังวัดแล้วก็จะต้องติดต่อช่างเทคนิค  ช่างสำรวจ  เพื่อที่จะนัดวันทำรังวัด  ซึ่งการที่จะไปทำรังวัดได้ในที่ดิน 1 แปลงนั้น  ผู้ที่มาติดต่อจะต้องนัดเจ้าของที่ดินรอบบริเวณที่ติดกับที่ดินตนให้มาเป็นพยานเพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำอาณาเขต  โดยทางสำนักงานที่ดินจะส่งหนังสือแจ้งและผู้ที่เป็นเจ้าของดังกล่าวต้องมาติดต่อภายใน 15 วัน  ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหากับเรื่องตรงนี้  เมื่อมีพยานมาติดต่อครบแล้วก็จะมีการทำหนังสือไปถึงนายอำเภอเพื่อมาดูว่าพื้นที่ดังกล่าวติดเขตสาธารณะหรือไม่  ซึ่งงานรังวัดทางกรมที่ดินได้เพิ่มการทำรังวัดจากเดือนละ […]

รพ.บ้านตาก จ.ตาก จัดโครงการอบรมพฤติกรรมบริการสู่ความเป็นเลิศ ปี 2550 โดยการสนับสนุนของโครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม วันที่ 26 ก.ค. 50  ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านตาก 
มี ผศ.ชัยวัฒน์ วงษ์อาสา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น วิทยากร
กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ บุคลากรโรงพยาบาลบ้านตาก จำนวน 32 คน  บุคลากรจากโรงพยาบาลสามเงา จำนวน 30 คน  บุคลากรจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านตาก จำนวน 10 คน  รวมทั้งหมด จำนวน 72 คน
สืบเนื่องมาจากการกระตุ้นการสร้างทีมงานให้ทำกิจกรรมด้วยการมีพฤติกรรมบริการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ถือได้ว่าเป็นเหตุผลหนึ่งของการสร้างแนวทางการพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ    ซึ่งปัจจุบันได้เกิดการแข่งขันการบริการทุกด้านไม่ว่าภาครัฐ หรือเอกชน จึงทำให้ทุกสถานบริการต้องปรับคุณภาพการบริการให้ดีเลิศ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ดังนั้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีจิตวิญญาณอันละเอียดอ่อนอันประกอบด้วยความหลากหลายในหลายๆด้านโดยเฉพาะด้านความคิด ซึ่งส่งผลถึงการพัฒนาองค์กร  จึงทำให้มีแนวคิดว่าถ้าองค์กรใดได้มีการพัฒนามนุษย์โดยการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งก็จะทำให้องค์กรนั้นสามารถพัฒนาถึงเป้าหมาย และเข็มมุ่งที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี  สำหรับพฤติกรรมบริการของบุคลากรทุกระดับถือได้ว่าเป็นการเสริมบริการของสถานบริการให้มีคุณภาพเพราะสามารถช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงการป้องกันการเกิดการฟ้องร้องอันจะนำมาสู่ชื่อเสียงขององค์กรได้   ดังนั้นศูนย์คุณภาพโรงพยาบาลบ้านตากได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นต่อเนื่อง เพื่อหวังผลให้เป็นกิจกรรมพื้นฐานสู่การพัฒนาสู่ HA งานวิชาการโรงพยาบาลบ้านตากจึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว

และแล้วพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการของโครงการและหน่วยงานนำร่องก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ตัวแทนจากหน่วยงานต้นแบบกรุณาสละเวลามาเป็นเกียรติร่วมงานครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์นำทีมโดยท่านอธิบดี และกรูณานำเอาเอกสารเกี่ยวกับการทำงานของกรมมาแจกด้วย กรมการพัฒนาชุมชน คุณอรุณที่เคยไปทริปเปิดบ้านรพ.บ้านตากก็มาร่วมงานด้วย และ คุณสารภีจากสนง.ที่ดินสงขลา รองผอ.วรุค แห่งรพ.บ้านตากก็มาด้วย ส่วนหน่วยงานนำร่องทั้ง 4 แห่งผู้ที่จะต้องร่วมฝ่าฟันไปกับโครงการของเรามาโดยครบถ้วนพร้อมเพรียงพร้อมทั้งแสดงความกระตือรือร้นพร้อมที่จะพัฒนา ปรับเปลี่ยน กระบวนทัศน์ อย่างยิ่ง
ช่วงดึกของคืนนั้น เวลาปรามาณ 5 ทุ่มครึ่ง สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพื่อนคนหนึ่งที่เรียนจริยศาสตร์ ป.โท มหิดลโทรมาหา ปกติเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยได้โทรศัพท์คุยกัน เธอคงทนไม่ไหวจริงๆ และรู้ว่าฉันเป็นพวกนอนดึกเพราะว่างงานไม่มีอาชีพประจำเป็นหลักแหล่ง (ฉันเองไม่ได้แสวงหาด้วย เลยจะบอกว่าตกงานก็ไม่เต็มปากเต็มคำ) 
เธอโทรมาเล่าเรื่องที่ทำงานที่เพิ่งเข้าไปทำได้ไม่นานถึงปีให้ฟัง และบอกว่าอยากจะลาออกแล้ว เธอทำงานเป็นลูกจ้างที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่งตั้งอยู่แถบชานเมือง ชื่อหน่วยงานบ่งบอกถึงว่าจะต้องเป็นหน่วยงานที่ทันสมัย ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน พอที่จะเดินทางไปกลับอย่างไม่เหนื่อยนัก
เธอเล่าว่า ทนไม่ไหวกับระบบราชการแล้ว อยากจะออกแล้ว บรรยากาศในที่ทำงานของเธอ ผู้คนเกี่ยงกันทำงาน ทำแบบเฉื่อยชา ขาดความกระตือรือร้น ขาดความคิดสร้างสรรค์  แบ่งพรรคแบ่งพวก เจ้ายศเจ้าอย่างทั้งที่ภูมิความรู้ความสามารถ ก็ไม่ค่อยมี คนที่ตั้งใจทำงานจริงและคอยช่วยเหลือผู้ร่วมงานในแผนกอื่นๆ ถูกมองในแง่ลบ ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง ส่วนผู้บริหารที่เป็นผู้นำองค์กร ก็ไม่นำตามชื่อ เพื่อนๆ ของเธอทยอยออกไปเดือนละคน สองคน แม้แต่หัวหน้าของเธอก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน ยิ่งเจอปัญหาทำไมเป็นราชการต้องจ่ายแพงกว่า และได้ของไม่มีคุณภาพ เด็กใหม่ไฟแรงอย่างเธอก็เลยท้อใจ และบอกฉันว่าดีแล้วที่ฉันยังไม่ทำงาน โดยเฉพาะราชการ
ฉันเล่าเรื่องนี้ให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาท่านหนึ่งฟัง ท่านเองก็เจอปัญหาเช่นนี้ สมัยจบป.โทเริ่มทำงานใหม่ๆเป็นลูกจ้างในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งเช่นกัน แต่โชคดีที่ว่าท่านมีผู้บริหารที่ดี แต่มีหัวหน้าไม่ค่อยกระตือรือร้น ท่านเองก็เลยทำงานวิ่งตรงเข้าหาผู้บริหาร หากผ่านหัวหน้างานก็จะไม่ค่อยเดิน ทำให้หัวหน้าไม่ค่อยพอใจ ท่านเองไม่สนใจ เพราะอย่างไรเสียงานก็มักโยนให้ท่านทำเองทั้งหมดอยู่แล้ว ท่านทำงานที่นั่นได้ไม่นานก็ไปสอบเข้าบรรจุเป็นข้าราชการหน่วยงานอื่นแทน ท่านว่าระบบราชการไม่ค่อยจะปกป้องและรักษาคนดี คนมีความคิดสร้างสรรค์และขยันตั้งใจทำงาน คนดี คนเก่ง ไม่ถูกใช้งานตามศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่  […]