Good Practice Model Blog

โครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยม

Archive for August, 2007

สรุปการบรรยาย
“แนะนำโครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม”

บรรยายโดย รศ.ดร. นครินทร์  เมฆไตรรัตน์[1]
         
                   โครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม เป็นโครงการวิจัยที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นผู้ดำเนินการศึกษา เพื่อแสวงหาหน่วยงานภาครัฐที่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมจนได้รับการยอมรับ เพื่อเป็นกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นผู้ดำเนินการศึกษา ระหว่างวันทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม บรรยายเมื่อต้นแบบในการศึกษาถึงกระบวนการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของหน่วยงานต้นแบบ[2]  จากนั้นจึงขยายผลการศึกษาแนวทางการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมไปสู่หน่วยงานนำร่อง
                   การปฏิรูประบบราชการในระยะแรก ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยการยุบรวมหน่วยงานต่างๆ  และนำเครื่องมือ เทคนิคทางการบริหารใหม่ๆ มาใช้ในระบบราชการ ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ยั่งยืน  การปฏิรูปราชการในระยะที่สองจึงหันมาศึกษากระบวนการเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปที่มั่นคง  กล่าวคือ การปฏิรูประบบราชการในระยะหลังจะเน้นการเปลี่ยนแปลงที่วัฒนธรรม หรือที่ตัวข้าราชการมากกว่าการเปลี่ยนด้านโครงสร้าง โดยข้าราชการควรได้รับการกระตุ้นเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนระบวนทัศน์  วัฒนธรรม และค่านิยมในการปฏิบัติราชการ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากภายใน  นอกจากนี้ การปฏิบัติราชการจึงต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า การลดขั้นตอนในการทำงาน การให้บริการประชาชน  การสร้างการมีส่วนร่วม มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบตามหลักธรรมาภิบาล 
                   การศึกษาเพื่อหา Best practice ของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม โครงการฯ […]

 
กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหกหน่วยงานต้นแบบของโครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม โดยมีความโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่เนื่องจากความก้าวหน้าของโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกระแสบริโภคนิยม กรมราชทัณฑ์จึงพยายามนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาองค์กร เพื่อให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสมดุลระหว่างชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน
กรมราชทัณฑ์จึงมีนโยบายที่จะเป็น “องค์กรแห่งความพอเพียง” ใน 3 มิติคือ
1. การเปลี่ยนวิถีชีวิตข้าราชการให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง
2. การบริหารองค์กรแบบพอเพียง
3. การเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้ต้องขังให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียงเมื่อพ้นโทษ
การปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการของกรมราชทัณฑ์ เนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ในเรื่องความต้องการให้คนในองค์กรและครอบครัวมีการดำรงชีวิตชีวิตในความพอดี ตามอัตภาพไม่หลงไหลไปตามกระแสวัตถุนิยม รู้จักประหยัด อดออม หลีกเลี่ยงอบายมุข ประพฤติตนอยู่ในศิลธรรม มีจริยธรรมและคุณธรรมมีน้ำใจ รักสามัคคี ทำงานด้วยความชื่อสัตย์ สุจริต มีความสุขในการทำงาน และในการใช้ชีวิต สามารถพึงพาตนเองมีภูมิคุ้มกันที่ดี อันจะสามารถนำพาให้กรมราชทัณฑ์เป็นองค์กรใสสะอาด (คัดแปลงจากองค์กรแห่งความพอเพียง ในจุลสารโปรแกรมการแก้ไขพัฒนาผู้ต้องขัง ฉบับเศรษฐกิจพอเพียง : พอเพียงเพื่อเพียงพอ ปีที่ 3 ฉบับที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2549)
ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของกรมราชทัณฑ์ http://www.correct.go.th/iamready/ หรือ http://www.correct.go.th 
 

สำนักงานที่ดิน จังหวัดสงขลา
ให้สัมภาษณ์โดยคุณอรรถพร พันธุโกวิท
ผ.อ. กองแผน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย
 
          ทีมวิจัยได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ท่านอรรถพร พันธุโกวิท ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งในอดีตท่านเคยเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา ซึ่งเราก็ได้สัมภาษณ์ท่านถึงสมัยที่ท่านได้อยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาท่านได้ทำอะไรและสาเหตุอะไรที่ทำให้ทำต้องเปลี่ยนแปลงองค์การ
          สาเหตุที่เราเลือกไปสัมภาษณ์ท่านอรรถพร เนื่องจาการว่าในช่วงที่ทีมวิจัยได้ศึกษาเชิงลึกอยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลานั้น ข้าราชการภายในสำนักงานจะพูดถึงกันอย่างหนาหูว่า ช่วงที่สำนักงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากก็จะอยู่ในช่วงของท่านอรรถพร ดังนั้นจึงพลาดไม่ได้ที่จะมาสัมภาษณ์
จากการสัมภาษณ์ท่านอรรถพร ถึงสาเหตุที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาต้องเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเพราะอะไร ซึ่งท่านอรรถพรก็กล่าวว่า “ที่เปลี่ยนเพราะมันเป็นหน้าที่ เป็นสัญชาตญาณของตัวเองที่จะทำอะไรก็ตามมีที่มาจากฐานคติที่ว่าเราต้องทำในสิ่งที่คนอื่นก็ทำ และทำในสิ่งแปลกใหม่ ต้อง surprise ทำอะไรไม่ให้เหมือนชาวบ้าน คนอื่นจะ surprise กับเราหรือเปล่าไม่รู้ แต่เราต้องทำอะไรให้ surprise อยู่ไม่นิ่ง ” โดยท่านอรรถพร เน้นย้ำว่า ตัวผู้นำนั้นต้องทำให้ดู กล่าวคือ หัวหน้าต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกน้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์และให้เกิดการเรียนรู้เทคนิควิธีการที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนา และตัวผู้นำนั้นจะต้องเรียนรู้ทุกเรื่องเท่าที่จะทำได้และจะต้องพยายามทำให้ได้ในทุกอย่าง โดยที่ท่านกล่าวว่า “ที่เรียนนั้นเพราะอยากรู้ และไม่ต้องการให้ตนเหนือกว่าใคร แต่ต้องรู้ให้มากกว่าลูกน้อง” เห็นได้ว่า ท่านอรรถพรเป็นผู้นำองค์การที่อยู่ไม่นิ่ง ท่านต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์การโดยตัวท่านเองจะต้องแสงดบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยที่ตัวผู้นำเองต้องทำเป็นแบบ (Role Model) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดทักษะสู่ผู้ร่วมงาน
          ท่านอรรถพร เป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาในปี […]