Dec 27
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่า คน งาน องค์กร
เมื่อวานไปซ่อมโน้ตบุ๊ตมา ระหว่างที่รอผล ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปยืนรอเวลาในร้านหนังสือ เห็นชื่อหนังสือก็นึกชอบทำให้นึกถึงผู้มีอุปการะคุณท่านหนึ่ง…เลยซื้อให้เป็นของขวัญวันปีใหม่ เจ้านาย…ฉันเอง….ปกติไม่ค่อยจะให้อะไรใครเป็นสิ่งของนอกจากแรงงาน แต่รู้สึกช่วงหลังๆผู้มีอุปการะคุณจะมอบของกำนัลเล็กน้อยๆ ไปไหนมาไหนก็นึกถึงลูกน้องคนนี้ มีของฝากของกำนัลให้บ่อยมาก คิดว่าเคล็ดลับจากหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เจ้านายรับมือกับเจ้านายของเจ้านายได้อีกที
คนที่รู้จักฉันไม่ต้องเดาหรอกนะเจ้านายฉันเป็นใคร เพราะฉันเป็นนกรู้มีหลายหัว บ่าวหลายนายค่ะ ก่อนให้เจ้านายเป็นของขวัญปีใหม่ก็ขอมอบให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านซึ่งเป็นเจ้านายโดยตรงสูงสุดของฉัน ผู้ทำให้มีกินมีใช้มีงานทำชั่วระยะเวลาหนึ่ง
เคล็ดลับในหนังสือเล่มนี้เหมาะใช้กับบริษัทธุรกิจและแนวทางตะวันตก เลยตัดทิ้งบางข้อและเลือกเสนอในข้อที่น่าจะประยุกต์ใช้ได้กับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนของไทย โดยปรับภาษาเป็นบางส่วนเพื่อให้อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที การเรียงข้อจะไม่ตรงตามหนังสือนะคะ
*******************************************
YOU CANTT WIN A FIGHT YOUR BOSS
อยากก้าวหน้าอย่าทะเลาะกับเจ้านาย
102 วิธีสร้างความสำเร็จในอาชีพและการเป็นผู้นำ
โดย Tom Markert เรียบเรียงโดย ตาปี
กรุงเทพ ฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น , 2550
ขยันและฉลาด - อยากมีเงินต้องทำงาน อยากมีมีมากต้องใช้ความขยัน+ฉลาด
ไม่มีใครได้อะไรมาง่ายๆ
มีไฟอยู่เสมอ
ทำงานให้มากกว่าคนอื่น
เพิ่มลูกฮึดอีกสักนิด
พร้อมทำทุกอย่าง
เติมเสน่ห์ให้ตัวเองบ้าง เตือนตัวเองให้กระฉับเฉง เชื่อมั่น ยิ้ม กระตือรือร้น และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น
หาเจ้านายดีๆ มองคนที่อยู่เหนือกว่าหาว่ามีใครน่าทำงานด้วย คนที่คุณสามารถทำงานด้วยแล้วสนุกและได้ความรู้ เจ้านายดีๆหายาก แต่เขาจะให้คุณต่างจากคนอื่น ถ้าคุณมีโอกาสหาเจ้านายที่ดีที่สุดให้ได้
เคารพเจ้านาย เจ้านายคือคนที่ทำให้เรามีกินมีใช้จงปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพเสมอ ต้องรักษาหน้าตาของเขา และช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ
เจ้านายคือคนที่สำคัญที่สุด เจ้านายมีหลากหลาย บางคนคุณชอบ […]
วันนี้ได้รับฟอร์วาดเมลจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคารพรัก
เป็นเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับสาเหตุว่าทำไมประเทศไทยเราจึงไม่เจริญสักที
อ่านสนุกๆ …
เขียนได้เสียดสีแสบคัน…
เข้ากับกระแสเหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้พอดี
หวังว่า…พระเจ้าคงจะคิดผิดบ้างนะ…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก
พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆมากมาย พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง 7 โดยหลักของการวางของวิเศษ พระองค์จะต้องวางทั้ง ของดีและของไม่ดี คู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ
ทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา
แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอน วางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้เอาเทือกเขาหิมาลัย ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้
ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด ….. จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน
คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศ รูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป
แต่ด้วยความที่เขาสูงชันมาก เทือกเขาได้เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด
ข้าวของที่ดีๆ ที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ
เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ — ประเทศไทยหมด —
ว้า !! แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิดว่า ประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมดแน่นอน
พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล
แต่สายเสียแล้ว […]
Dec 22
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าชีวิตส่วนตัว, ห้องเรื่องเล่าหน่วยงานนำร่อง
แม้เดือนนี้จะมีกิจกรรมหลักสถาบันกัลยาณ์มีเพียง 2 กิจกรรม เท่านั้น ดูเหมือนว่าจะว่าง แต่กลับห่างหายจากการออนไลน์ เนื่องจากการปรับปรุงเวบไซด์โครงการส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดช่วง และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะติดภารกิจอื่นด้วย วันที่ 6 -7 ธ.ค. 50 ที่สถาบันกัลยาณ์มีกิจกรรมสร้างเสริมกำลังใจแก่ผู้ให้บริการรุ่น 2 ฉันไม่ว่างไปเพราะติดไปนิเทศกิจกรรมโรงเรียน คุณบีผู้ช่วยนักวิจัยคนสวย..น่ารัก …เก่ง..และขยัน…(มากกว่าฉันนิดนึง ^^) ได้กรุณาไปทำหน้าสังเกตการณ์แทน ส่วนฉันมารับไม้ต่อตอนช่วงครึ่งวันบ่าย วันที่7 คุณบีได้กรุณาเขียนสรุปรายงานให้ ซึ่งรอการอัพเดพลงเวบ แต่ฉันไม่เห็นเรื่องหนึ่งคือ กิจกรรมฐาน ศรีธนญชัย ซึ่งเป็นการสอนให้มองและคิดแก้ไขปัญหาด้วยวิธีต่างๆ ทำให้เห็นว่าทางออกไม่ได้มีเพียงวิธีการเดียว คือ เรื่องเล่า ซุปเปอร์อู๊ดน้อย ในวันที่ 7 ช่วงเช้า ซึ่งหลังจากนิเทศโรงเรียนแถวถนนมิตรไมตรีดินแดงเสร็จ ก็รีบมากัลยาณ์ทันที พร้อมกลับเสบียง…กินนมบนรถและกินขนมปังในห้องประชุมเป็นอาหารกลางวัน …(ขอบคุณพี่หมงที่กรุณาตักไอศครีมมาบริการถึงที่ที่เหลือจากอาหารกลางวัน แม้ฉันจะกัดฟันพูดว่ากินข้าวมาเรียบร้อยแล้วก็ตาม)
ซุปเปอร์อู๊ดน้อย เป็นเรื่องที่วิทยากรประจำฐานคือ คุณพี่ดวงจันทร์ บอกเล่าแก่ฉันด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเห็นหน้า พี่กลัวว่ารุ่นแรกจะไปเล่าเรื่องกระรอกหาทางกลับบ้านทำให้ไม่เกิดความท้าทาย เรื่องราวก็จะซ้ำๆไม่ชวนติดตาม พี่เดือนเล่าว่าพี่นั่งคิดหาเรื่องอยู่นานนั่งอ่านนั่งหานิทานไทยและเทศแต่ก็ไม่มีที่ถูกใจ อดหลับอดนอนคิดไปคิดมาจนถึงตีสองจนกระทั่งได้ ซุปเปอร์อู๊ดน้อย มาใช้งานในวันรุ่งขึ้น ฉันเองคงไม่เล่ารายละเอียด…ถ้าอยากทราบคงต้องไปเข้าฐานกิจกรรมที่กัลยาณ์เอง
จากหมูน้อยธรรมดาเมื่อเจอภัยอันตรายก็ได้กลายเป็นซุปเปอร์อู๊ดน้อย พยายามหาหนทางหลายอย่างเพื่อให้ตนเองอยู่รอด ซุปเปอร์อู๊ดน้อย […]
Dec 22
Posted by: sophy in: ห้องเรื่องเล่า คน งาน องค์กร
คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร-ผู้นำยุคใหม่
เห็นกระทู้ของคุณ sompong ถามถึงหนังสือเกี่ยวกับเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership) สมัยนี้ถ้าเดินเข้าร้านหนังสือก็จะเห็นว่ามีหนังสือเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายหลายเล่มทั้งไทยและเทศ และแปล คงยากที่จะบอกว่าอะไรใช่เลย เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองต่างๆกัน
วันนี้จึงจะขอเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร-ผู้นำยุคใหม่ เอาใจคุณ sompong สักหน่อย ซึ่งอ่านเจอจากหนังสือ คู่มือพัฒนาตนเองสำหรับนักบริหารเรื่อง การพัฒนาข้าราชการ โดยการมอบหมายงาน (Job Assignment) ของสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ. (2548)
คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร-ผู้นำยุคใหม่ มีดังนี้
ความไว้ใจได้
ความยุติธรรม
พฤติกรรมที่ไม่วางมาดถือตัว
ต้องฟังมากกว่า บงการ
ต้องเปิดใจกว้างในการฟังและต้องเป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง
ความรู้สึกไวกับผู้คน
ความรู้สึกไวต่อสถานการณ์ต่างๆ
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆทันสมัยและเหมาะสม
การวินิจฉัยที่ดี
ความสามารถในการตัดสินใจและยืดหยุ่นปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้ตื่นตัว เร่งรีบอยู่เสมอ
ความสามารถในการบริหารงานและบริหารคุณภาพ
ความเชื่อมั่นในตนเองสูงและความกล้า
ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และมีวุฒิภาวะสูง
Dec 17
Posted by: sophy in: ห้องเรื่องเล่าเวทีความคิด, ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
ได้รับการติดต่อจากคุณyuvayong ให้หาเรื่องเล่ามาเติมคลังความรู้….วันนี้ขอนำเรื่องหลักสามประการ มาเสนอ…อ่านแล้ว…อย่าคิดมาก…แต่ให้คิดบ่อยๆ…อ่านสนุกๆ
แล้วอย่าลืมนำไปใช้นะ
ในสมัยกรีกโบราณ…โซเครติสได้รับการยกย่องว่า เป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เมื่อชาย คนหนึ่งปะหน้ากับปรัชญาผู้นี้ จึงกล่าวกับเขาว่า
ชาย คนหนึ่ง : “ท่านรู้ไหมว่าผมได้ยินเรื่องเพื่อนของท่านมาว่าอย่าง ไรบ้าง”
โซเครติสตอบว่า : “เดี๋ยวนะครับ… ผมขอใช้หลักสามประการของผมกรองสิ่งที่คุณจะบอกเล่าเสียก่อน”
ชาย คนหนึ่ง : “หลักสามประการ?”
โซเครติส : “ถูกแล้วครับ”
แล้วขยายความต่อว่า “หลักการแรกคือ “ความจริง” …..คุณมั่นใจหรือเปล่าว่าสิ่งที่คุณจะเล่ามันเป็นความจริง”
ชาย คนหนึ่ง : “ไม่ครับ…จริง ๆ แล้ว ผมฟังมาจากคนอื่นอีกที” เขาสารภาพ
โซเครติส : “เอาล่ะ ตกลงคุณเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า…หลักการถัดไปของผมคือ “ความดี”…สิ่งที่คุณจะเล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องดีหรือเปล่า”
ชาย คนหนึ่ง : “ไม่ครับ แต่ตรงกันข้าม…” เขาตอบ จากนั้นโซเครติสได้กล่าวต่อไปว่า
โซเครติส : “คุณจะเล่าเรื่องที่ไม่ดีของเขาให้ผมฟังใช่ไหม ขณะเดียวกันคุณก็ไม่มั่นใจว่า นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า…ทีนี้เรามาถึงหลักการสุดท้าย คือ “ประโยชน์” เรื่องที่คุณจะเล่าให้ผมฟังน่ะ มันมีประโยชน์ต่อผมหรือเปล่า”
ชาย คนหนึ่ง : “ไม่หรอกครับ” เขาปฏิเสธ
โซเครติส : “เอาละ ถ้าสิ่งที่คุณจะเล่าให้ผมฟังน่ะ มันไม่จริง […]
คุณรู้หรือยังว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่
คุณมีความเชื่อ
ศรัทธาในสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือเปล่า
คุณรักในสิ่งที่คุณทำหรือไม่
ถ้าหากคุณรู้ คุณเชื่อ
และคุณรักในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่
คุณก็กำลังก้าวเดินบนเส้นทาง
ที่มุ่งสู่จุดยอดแล้วอย่างแท้จริง
…ราล์พ วัลโด อีเมอร์สัน
(นักเขียน กวี และนักปรัชญาชาวอเมริกัน)
มีเรื่องเล่าของอินเดียจะมาเล่าให้ฟังอีกแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า ชายชาวอินเดียคนหนึ่ง ช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้คนจะพบเห็นจนชินตาว่า บนบ่าของเขามีหม้อดินใบใหญ่วางอยู่ข้างละใบ..
หม้อดินใบหนึ่งมีรอยร้าว ขณะอีกใบสมบูรณ์สวยงามไร้ที่ติ หม้อใบสวยสามารถบรรจุน้ำไว้เต็มเปี่ยม นับจากลำธารจนถึงบ้านเจ้านาย..
ขณะที่อีกใบหนึ่งนั้น เมื่อมาถึงปลายทาง กลับเหลือน้ำแค่ครึ่งเดียวเท่ากับว่าชายผู้นี้ขนน้ำได้เที่ยวละหม้อครึ่งอยู่ทุกครั้ง
แน่ล่ะ..หม้อดินใบสวยย่อมภาคภูมิใจในตนเอง ที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ส่วนหม้อดินใบร้าว นอกจากจะอดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ในความไม่สมประกอบของตนเองแล้ว มันยังรู้สึกผิดกับการทำหน้าที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกด้วย..
หลังจากสองปีเต็ม ที่แบกความทุกข์ระทมขมขื่นนั้นเอาไว้ แล้ววันหนึ่งมันจึงตัดสินใจเอ่ยกับคนหาบน้ำตรงลำธารว่า.. “ฉันรู้สึกละอายใจเหลือเกิน ฉันอยากขอโทษท่าน.. ตลอดสองปีมานี้ ฉันทำงานให้ท่านได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากเจ้ารอยร้าวบนตัวฉัน มันทำให้น้ำรั่วไหลไปตลอดทาง”
เมื่อฟังเช่นนั้นแล้ว คนขนน้ำก็พลอยรู้สึกเสียใจไปด้วย และแล้วเขาก็พูดว่า
“เอาล่ะ.. ระหว่างทางที่เราจะเดินกลับไปบ้านเจ้านายฉันอยากให้เธอสังเกตดอกไม้สวยข้างทางเดินสักหน่อย เธอไม่ได้สังเกตหรอกหรือว่าทำไมดอกไม้ป่าเหล่านั้น ถึงได้งอกงามเฉพาะฝั่งที่ฉันแบกเธอเท่านั้น ทำไมมันไม่ขึ้นอีกฟากหนึ่งด้วยล่ะ นั่นเป็นเพราะฉันได้ตระหนักในข้อจำกัดของเธอ จึงอาศัยเงื่อนไขนี้ เพาะเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ป่าตรงทางเดินฝั่งที่ฉันแบกเธอเสมอมา และทุกๆวันขณะที่เราเดินกลับบ้าน เธอเองก็ได้ช่วยฉันรดน้ำต้นไม้ให้มันแล้วตลอดสองปีมานี้ ฉันก็ได้เด็ดดอกไม้สวยๆพวกนี้ไปปักแจกันให้เจ้านายของเราด้วย..
นี่ถ้าหากไม่มีเธอแล้วล่ะก็ เจ้านายของเราคงไม่มีโอกาสได้ดอกไม้ป่าอันแสนสวยงามที่ผลิสะพรั่งอยู่ระหว่างทางมาประดับบ้านเป็นแน่…”
“เราเองมีคุณค่าดีพอ ถ้าไม่เปรียบเทียบคนอื่นมากเกินไป ถ้าคิดว่าสิ่งไหนมันไม่ดี ก็พยายามแก้ไข ทำให้มันดีขึ้น ผลลัพธ์ของการกระทำ ไม่ใช่คำตอบแห่งชัยชนะของชีวิต จุดมุ่งหมายและความตั้งใจจริงของเราต่างหาก..คือคำตอบที่แท้จริง”
มีเรื่องเล่าโดย -John G. Saxe- จะเล่าให้ฟังไว้เตือนสติตัวเอง(รวมถึงตัวผู้เขียนบลอคด้วย) เรื่องมีอยู่ว่า
มีชายตาบอด ๖ คน อยากรู้ว่าช้างมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร พวกเขาจึงไปเที่ยวสวนสัตว์ เพื่อหาความจริงโดยการสัมผัส
· ชายคนแรก ตรงเข้าไปหาช้างและชนเข้ากับด้านข้างตัวอันใหญ่โตมหีมาของมัน เขาอุทานเสียงหลงว่า “โอพระเจ้า มันเหมือนกำแพงจังเลย!”
·ชายคนที่ ๒ บังเอิญไปจับถูกงาจึงร้องบอกว่า “อะไรกันนี่ กลมๆ แหลมๆ ช้างเหมือนหอกต่างหาก”
· ชายคนที่ ๓ บังเอิญไปจับถูกงวง เขาลูบๆ คลำๆ มัน แล้วบอกอย่างมั่นใจมากว่า “รู้แล้ว ช้างมันเหมือนงูนี่เอง”
· ชายคนที่ ๔ เอื้อมมือออกไปไขว่คว้าอย่างกระตือรือร้น แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง “เป็นสัตว์ที่แปลกประหลาดอะไรอย่างนี้ มันเหมือนต้นไม้จริงๆ”
· ชายคนที่ ๕ ตัวสูงหน่อยจับไปถูกหู เขาพูดเสียงหนักแน่นว่า “แม้แต่คนตาบอดที่สุดก็บอกได้ว่า […]
เห็นคุณyuvayong เขียนเรื่องของ I และ M เลยขอนำบทความบางส่วนที่เคยอ่านเจอของรศ.สิวลี ศิริไล ซึ่งเคยสอนข้าพเจ้าเมื่อนานมาแล้ว มาร่วมแจม เสริมจากคุณ yuvayong
แม้จะเป็นบทความเก่าแต่คิดว่ายังคงเป็นประโยชน์ช่วยให้แง่คิดในการทำงานในองค์กรอย่างอาทรเกื้อกูลกัน ซึ่งผลที่ได้ก็จะเกิดความสุขใจแก่บุคคลากรในองค์กร ทำให้มีการแสดงพฤติกรรมการบริการที่ดีแก่ผู้รับบริการในที่สุด
———————————————————————–
การสร้างเสริมบรรยากาศทางจริยธรรมในองค์กร
รศ.สิวลี ศิริไล
โดยทั่วไป เมื่อได้ยินคำว่า จริยธรรม คนส่วนหนึ่งมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องของศีลธรรมในศาสนา หรือเป็นหลักความประพฤติที่ดีงานที่มนุษย์เราพึงประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม ภาษาอังกฤษใช้คำว่า moral ซึ่งมาจากภาษาละติน และคำว่า ethics ซึ่งมาจากภาษากรีก (คำว่า ethics นอกจากจะหมายถึง จริยธรรมแล้ว ยังเป็นเชื่อวิชาที่เป็นสาขาของปรัชญาด้วย) ทั้งสองคำนี้หมายถึง หลักความประพฤติที่ดีงานที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อกันดังได้อธิบายไว้แล้ว ถ้าจะถามต่อไปว่าจริยธรรมมาจากไหน นักปราชญ์ทั้งตะวันตกและตะวันออกเชื่อว่า จริยธรรมเป็นธรรมชาติของมนุษย์ อริสโตเติ้ล นักปรัชญากรีกคนสำคัญอธิบายว่า มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีจริยธรรม (ethical animal) และด้วยคุณลักษณะดังกล่าวนี้มนุษย์จึงมีสำนึกผิดชอบ ชั่ว ดี รู้ว่าอะไรควรทำอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ความเป็นผู้มีจริยธรรมแสดงออกถึงความเป็นสัตว์ประเสริฐของมนุษย์ ความคิดของอริสโตเติ้ล สอดคล้องกับทรรศนะทางพระพุทธศาสนา […]
กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสไปดูงานรพ.เสาไห้ ท่านผอ.ได้เล่าถึงเรื่องของคุณซูซาน จิตอาสาผู้ยิ่งใหญ่ในสายตาของคุณหมอให้ฟัง จึงอยากนำมาเผยแพร่ เผื่อจะได้กระจายเมล็ดพันธ์ความดีจาก 1 เป็น 250 บ้าง
————————————————–
“เปลี่ยนโลก”
from DUSTY Susan Dustin onelifeatatime@hotmail.com
ดิฉันใคร่ที่จะเริ่มด้วยการเล่าเรื่องค่ะ ทุกคนชอบฟังเรื่องเล่า และนี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ดิฉันโปรดปรานค่ะ เป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งผู้ซึ่งเดินท่องเที่ยวไปทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1913 ขณะที่เขาเดินไปนั้น เขามาถึงบริเวณที่ผืนดินแห้งผาก แตกระแหง และรกร้างว่างเปล่า เพราะแทบไม่มีต้นไม้ปกคลุมหน้าดินไว้จากแสงแดด ผิวดินจึงถูกฝนชะล้างไปหมด ชาวไร่ชาวนาพากันอพยพไปจากเขตนั้น เพราะสภาพผืนดินที่แย่มาก
ชายหนุ่มหยุดพักค้างคืนที่กระท่อมของผู้เลี้ยงแกะวัยชราคนหนึ่ง เขาลงเอยด้วยการพักอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายวัน เขาสังเกตว่าผู้เลี้ยงแกะใช้เวลาตอนค่ำคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ต่างๆ โดยเอาเมล็ดที่ดีๆใส่ย่ามเล็กๆไว้
ในวันรุ่งขึ้น ขณะที่พาแกะออกไปเล็มหญ้า ผู้เลี้ยงแกะก็จะเอาเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นปลูกไปตามทาง ทุกๆสองสามเมตร ชายหนุ่มทึ่งใจเหลือเกิน! “แต่ต้องอาศัยเวลาหลายปีกว่าต้นไม้เหล่านี้จะโตพอ จนมีประโยชน์ต่อคุณได้!” “ใช่แล้ว คงเป็นเช่นนั้น” ผู้เลี้ยงแกะชราตอบ “แต่มันจะมีประโยชน์ต่อใครบางคน ผมอาจจะไม่มีวันได้เห็น แต่บางทีลูกหลานของผมคงจะได้เห็น”
เรื่องนี้มักจะประทับใจดิฉันอย่างลึกซึ้งด้วยเหตุผลหลายประการค่ะ คือดิฉันยกย่องชมเชยผู้เลี้ยงแกะอย่างยิ่งที่มีความรักต่อผู้อื่นด้วยใจเสียสละ เขานึกถึงผู้อื่นมากกว่าตัวเอง เนื่องจากความรักที่เขามีต่อคนรุ่นหลัง ซึ่งยังไม่ลืมตามาดูโลกด้วยซ้ำ เขาอุทิศตัวเองเพื่อทำให้โลกเป็นสถานที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น ความรักของเขามีส่วนช่วยเปลี่ยนโลกค่ะ
การอุทิศตนของเขาก็น่าชมเชยด้วยค่ะ เขาสัตย์ซื่อที่จะทำสิ่งที่เขาทำได้ วันแล้ววันเล่า […]