Jan 31
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
เรื่องที่ 2
ครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่ คล่องแคล่ว
และใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อ ในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูล ว่า
‘ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิก รามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้า..’
มาถึงตอนสำคัญที่ ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยง ไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า
เป็นนกอะไรและมีกี่ ตัว. . พ่อ ลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไปทิ้งพระ โอรสไว้สองตัวตัวหนึ่ง ที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลยและทิ้ง ให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว
ดร.สุเมธเล่าว่าเป็น ที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง——
Jan 31
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
วันนี้ได้รับฟอร์วาดเมลอ่านจากเพื่อนรุ่นพี่ร่วมสถาบันท่านหนึ่งอ่นแล้วเรียกรอยยิ้มตามหัวข้อคนที่ส่งให้และขอให้ส่งต่อถ่ายทอดต่อไป
—————————-
เรื่องที่ 1
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้านางสนองพระโอษฐ์ของฟ้าหญิง องค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียง ผู้ชายขอพูดสายกับฟ้าหญิง
ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย ก็มี เสียงตอบกลับมา ว่า คนที่แบงค์
นางสนองพระโอฐก็ งง…งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมา
แต่ เช้าแบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
แต่พอฟ้าหญิงรับ โทรศัพท์แล้ว ถึงได้รู้ว่า
คนที่แบงค์น่ะก็ที่แบงค์ จริงๆนะ
ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ …..ขนลุก
ที่แท้ก็ทรงตรัสกับ ในหลวงท่านอยู่นั่นเอง—–
ฮั่นเฟ่ยจือ ปราชญ์ชาวจีน เคยเล่านิทานเรื่องหนึ่งมีว่า
ครั้นหนึ่งยังมีชาวนาในแคว้นซุงกำลังไถนา ขณะที่เขากำลังไถนา ก็มีกระต่ายป่าตัวหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วและชนตอไม้ที่อยู่กลางนาจนคอหักตาย ตั้งแต่นั้นมาชาวนาคนนั้นก็เลิกไถนา ไปคอยยืนดูที่ตอไม้นั้นแทน หวังว่าจะมีกระต่ายตัวอื่นมาวิ่งชนตอไม้ตายอีก จะได้เก็บไปเป็นอาหาร แต่ต้องผิดหวัง เพราะไม่มีกระต่ายตัวไหนมาวิ่งชนตอไม้นั้นตายอีก การกระทำของชายคนั้นกลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งแคว้นซุง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่ายึดมั่นในอดีตจนมาซึ่งอุปสรรคขัดขวางความคิดใหม่ๆและความเจริญก้าวหน้า หากผู้ใดยึดมั่นกับความสำเร็จในอดีตจนเกินไป และปรารถนาจะใช้สิ่งอดีตรูปแบบเดิมมาใช้กับปัจจุบันโดยไม่คำนึงบริบทความจริงในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป คนนี้นก็ย่อมเหมือนกับชาวนาที่เฝ้าคอยกระต่ายนั่นเอง.
จวงจื้อปราชญ์ชาวจีนกล่าวไว้ว่า
นักแม่นธนูเมื่อยิงโดยไม่หวังอะไร ย่อมจะใช้ความชำนิชำนาญได้อย่างเต็มที่
แต่ถ้ายิงเพื่อโล่ทองเหลือง ย่อมประหม่าเสียแต่แรกแล้ว
ถ้ายิงเอาทองเป็นรางวัล คนนั้นก็อาจมีอาการดุจคนตาบอด
หรือไม่อย่างนั้นก็เห็นเป้าเป็น 2 เป้า ทั้งนี้ก็เพราะใจไม่อยู่กับตัว
ความชำนาญมิได้เปลี่ยนแปลงไป แต่รางวัลทำให้แบ่งเขาออกเป็นสอง
เขาพะวงเขาคิดในเรื่องเอาชนะ ยิ่งกว่าคิดที่จะยิง
ความต้องการเอาชนะ ทำให้อำนาจของเขาขาดหายไป
[ทอมัส เมอตัน, มนุษย์ที่แท้ แปลโดย ส.ศิวรักษ์ จาก Chuang Tzu (2521) อ้างอิงจาก ฟื้น ดอกบัว (2532)]
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จงทำงานแต่อย่าไขว้คว้าผลงาน และ จงทำงานให้เต็มที่ส่วนผลให้พระเจ้าเป็นผู้ตัดสิน
แต่สำหรับข้าราชการผู้ทำการแทนในผลประโยชน์ของประชาชน ต้องเปลี่ยนเป็น จงทำงานแต่อย่าไขว้คว้าผลงาน และ จงทำงานให้เต็มที่ส่วนผลให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
** นักการเมือง…พวก ส.ส. ชอบเปรียบเปรยว่าประชาชนคือเสียงสวรรค์ แต่พอเขาได้รับเลือกเข้าสภาไปแล้ว ประชาชนก็กลายเป็นหมูสวรรค์อันโอชะให้เขารุมทึ้งกัดแทะ - ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น**
5 ส หลายท่านคงรู้จักเครื่องมือคุณภาพนี้ดี บางท่านบอกว่าเป็นเรื่องเก่าเชยแล้ว เดี๋ยวนี้เขาใช้เครื่องมือตัวใหม่ๆ ไม่น่าทำแล้ว ขอคิดในมุมที่แตกต่างและนำเสนอเรื่อง 5 ส ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยอยู่บนพื้นฐานการเสนอแนวคิดเพื่อจุดประกายให้หยิบฉวยหลักการใดดีเหมาะสมที่นำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของท่านได้ก็จงทำ ปรับเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรของท่านเอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องดำเนินตามวิธีการของเครื่องมือนั้นทุกขั้นตอนก็ได้ ในหลายหน่วยงานพบว่าได้ใช้ 5 ส. เป็นฐานในการพัฒนาที่มีรูปแบบเฉพาะของตนเองเพื่อสร้างคนทำงาน เช่น โรงพยาบาลบ้านตาก หน่วยงานต้นแบบของโครงการ เป็นต้น
เนื้อหานี้นำมาจากหนังสือ 5 ส ง่ายนิดเดียว 70 กลยุทธ์ความรู้เทคนิคและเคล็ดลับในการทำ 5 ส ให้ประสบความสำเร็จ โดย Shigekazu Yasuda แปลและเรียบเรียง โดย ดร.นิยม ดีสวัสดิ์มงคล สำพิมพ์ สทท. (สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)) : กทม.
ทบทวน 5 ส มีอะไรกันบ้าง
5 ส นี้มีวัตถุประสงค์ให้คนปฏิบัติรู้และเข้าใจเป้าหมายในการทำ 5 ส ไม่ใช่แค่ท่อง 5 ส […]
Jan 11
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่า คน งาน องค์กร
เรียบเรียงจาก Mary Ann Feldheim and Xiaohu Wang . Ethics and Public trust , Results from a National survey. Public Integrity . Winter 2003-4 Vol 6 No.4, pp.63-75
ความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน: Public trust (ตอนจบ)
ยุวยง ศรีบุญเรือง (yuvayong@yahoo.com)
การพัฒนาความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนชน
Zucker(1986) ได้อธิบายการพัฒนารูปแบบของการสร้างความเชื่อถือไว้วางใจอย่างง่ายๆ มีองค์ประกอบเกี่ยวข้องกับ ลักษณะส่วนบุคคล การแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลแบบกลับไปกลับมา และกระบวนการทางสถาบัน รวมกันเป็นวิธีการสร้างให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจ โดยอยู่บนพื้นฐานระดับการพัฒนาของสังคม ในสังคมที่ไม่ซับซ้อน ลักษณะส่วนบุคคลของแต่ละคนมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อมีอดีตของการแลกเปลี่ยนแบบกลับไปกลับมาหลายครั้ง ทำให้พัฒนาไปสู่ความเชื่อถือไว้วางใจแบบซึ่งและกัน และเมื่อสังคมมีความสลับซับซ้อนและแตกต่างมากขึ้น ความเชื่อถือไว้วางใจจึงได้พัฒนารูปแบบการสร้างโดยผ่านกระบวนการทาง
Thomas (1998) อธิบายว่ารูปแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนตามแต่กลยุทธ์เฉพาะของผู้นำไปใช้ในการพัฒนาความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน การพัฒนาความเชื่อถือไว้วางใจภายใต้พฤติกรรมส่วนบุคคล และ กระบวนการทางสถาบัน และการใช้กลยุทธ์ต่างๆ ล้วนให้ความสนใจในคุณค่าทางจริยธรรม(moral value) อันจำเป็นต้องมี […]
Jan 05
Posted by: sophy in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
ระยะนี้มีแต่ข่าวการจากไปของบุคคลสำคัญ ปลายปีที่ผ่านมา คือ นางบุตโต ส่วนต้นปี คือสมเด็จพระพี่นางฯ ที่รักของปวงชนชาวไทย สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้เรียนรู้คือ การจากไปอย่างมีคุณค่า ตอนมีชีวิตอยู่หากเราได้ทำคุณงามความดี เมื่อสังขารล่วงไป ชื่อเสียงที่สั่งสมคุณงามความดีเท่านั้น จะจารึกและเป็นที่จดจำแก่อนุชนเบื้องหลังตลอดไป บทความที่นำเสนอนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง ในการมองเรื่องความตายและการเตรียมตัวรับกับภาวะใกล้ความตาย ของบุคคลที่อยู่ในภาวะใกล้ตายว่าเราควรปฏิบัติตัวแก่เขาเหล่านั้นเช่นไร
———————————————————————————–
ชีวิตแบบองค์รวม : มุมมองใหม่ว่าด้วยความตาย
[Wholly life : A new perspective on death]*
———————————————————————————–
Sophy ถอดความและเรียบเรียง
ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์มักหลีกเลี่ยงและปฏิเสธที่จะพูดถึง เนื่องจากความกลัว ถึงแม้มนุษย์จะรู้ดีว่าความตายเป็นสัจธรรมของชีวิต ในบทความนี้ได้นำเสนอถึงมนุษย์มีความรู้เรื่องความตายและการกลัวความตายนี้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมอย่างไร โดยมุ่งไปที่บุคลากรด้านการแพทย์ที่ต้องดูแลพยาบาลผู้ป่วย และแสดงถึงกระบวนทรรศน์ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่มองธรรมชาติแบบองค์รวม และใช้มุมมองกระบวนทรรศน์ใหม่นี้อธิบายกระบวนการปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาพยาบาลตามแนวคิดแบบเก่าสู่การดูแลพยาบาลผู้ป่วยแบบองค์รวม
การกลัวความตาย
จากความคิดยุคดั้งเดิมสู่ยุคอัจฉริยะทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ มนุษยชาติต้องประสบกับปรากฎการณ์ของการเกิดและการตาย การเกิดเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ความตายเป็นประเด็นที่ไม่สามารถพูดได้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแม้อยู่ในสังคมสมัยใหม่ มีนักเขียนหลายท่านกล่าวไว้ว่าความตายเป็นเรื่องอาถรรพ์ต้องห้ามเช่นเดียวกับเพศสัมพันธ์ที่เป็นหัวข้อห้ามกล่าวถึงในทางสังคม กลาสเซอร์ (Glasser) สเตราส์ ( Strauss) และ ไวท์แมน(Weiman) ได้ทำการศึกษาสังเกตจากพฤติกรรมพบว่าคนเราพูดคุยอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับกระบวนการของภาวะใกล้ตาย แต่มักจะหลีกเลี่ยงพูดคุยกับผู้ป่วยภาวะใกล้ตายว่าเขากำลังจะตาย ทั้งนี้เนื่องด้วยเรามองความตายเป็นเรื่องน่ากลัวและความหมายก็เป็นในแง่ลบ ความตายก่อให้เกิดโรคความกลัว (phobia) เป็นพื้นฐานให้เกิดความทุกข์ อย่างเป็นสากล ความกลัวความตายนั้นหยั่งลึกต่อการแสดงออกทางจิต เราแทบจะไม่สังเกตถึงสิ่งนั้นมากนักทว่าความตายต้องการความใส่ใจของเรา […]
Jan 05
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่า คน งาน องค์กร
เรียบเรียงจาก Mary Ann Feldheim and Xiaohu Wang . Ethics and Public trust , Results from a National survey. Public Integrity . Winter 2003-4 Vol 6 No.4, pp.63-75.
ความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน : Public trust (ตอนที่ 1)
ยุวยง ศรีบุญเรือง (yuvayong@yahoo.com)
——————————————
แนวคิดของความเชื่อถือไว้วางใจ (concept of trust) มีหลายองค์ประกอบรวมกัน ได้แก่ ด้าน พุทธิปัญญา (cognitive component) ด้านอารมณ์ (emotional component) และ ด้านพฤติกรรม (behavioral component) ทั้งในระดับระหว่างบุคคล และ ระดับสถาบัน แม้ว่าจะไม่มีนิยามของความเชื่อถือไว้วางใจใดยอมรับเป็นสากล แต่นิยามต่างๆนั้นสามารถสรุปรวมกัน […]