ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
.ปรับเปลี่ยนอะไร*
น.พ. ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์
ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
จากการที่กรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นหน่วยงานนำร่องในโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับตนเองอย่างมาก เพราะตอนแรกอยากรู้จริงๆว่ามันคืออะไร แล้วจะทำได้จริงไหมในเวลาอันจำกัด ทางโครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยมซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กับ สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ก็ส่งอาจารย์ที่ปรึกษาพร้อมทีมงานมาชักชวนให้ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด รู้สึกอาจารย์(ดร.วิริณธ์)ท่านใช้วิชา Facilitate กับแกนนำ ของสถาบันฯเรา เริ่มตั้งแต่การชวนไปดูงานที่ รพ.บ้านตาก รพ.เสาไห้ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสร่วมไปกับคณะด้วย ซึ่งสิ่งที่ได้ในตอนนั้นก็คือการได้พูดคุยกับทีมงานที่ไปช่วงงานเลี้ยงตอนเย็น
แต่กลับมาแล้วก็แปลกใจ เพราะทีมงานมีความกระตือรือร้นอยากจะพัฒนาสิ่งต่างๆอยู่เรื่อย ขณะที่ตนเองยังงงๆอยู่ แต่ที่ทำได้ตอนนั้นคือถ้าเขาอยากจะพัฒนาอะไร เราก็มีหน้าที่ตอบสนอง หรือคอยอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ก็คิดเพียงแต่ว่า ก็ดีเหมือนกันนะที่ทีมงานเริ่มที่จะอยากพัฒนาด้วยตัวของตัวเอง หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมต่างๆตามมา มีโครงการพัฒนาทั้งสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเสริมสร้างกำลังใจของบุคลากรเกิดขึ้นหลายโครงการ ก็คิดว่าทีมงานได้เริ่มพัฒนาไปแล้ว แต่ตนเองในฐานะผู้นำหน่วยงาน จะพัฒนาอะไรดี คำถามที่ว่า ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
.ปรับเปลี่ยนอะไร จึงเกิดกับตนเองตลอด จนต้องใช้วิธีศึกษาจากหนังสือหลายเล่ม ทั้งหนังสือที่ได้เป็นของขวัญปีใหม่จากรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต หรือหนังสือที่ซื้อจากร้านหนังสือ ไปนั่งฟังบรรยายจากการประชุมวิชาการ แล้วมาประมวลดูกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ชาวสถาบันฯ จึงเกิดมุมมองใหม่ในการบริหารงาน และการทำงาน คำถามที่ว่า ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์
.ปรับเปลี่ยนอะไร จึงมีคำตอบสำหรับตนเองคร่าวๆว่า
1.เปลี่ยนวิธีบริหารจัดการองค์กร การสร้างจัดการความรู้แบบใหม่
โลกเปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ไม่เคยหยุดนิ่ง การเผชิญกับปัญหาใหม่ๆโดยใช้วิธีการเดิมๆอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป ตอนนี้เริ่มพบว่าตนเองอยู่ในวังวนหรือถูกครอบงำด้วยกระบวนทัศน์วิทยาศาสตร์แบบวัตุนิยมที่ขาดความเข้าในมิติทางจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์ […]
Apr 20
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าหน่วยงานนำร่อง
การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์: ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์*
พ.ญ.ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์
รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
ฉันพยายามอ่านความหมายของกระบวนทัศน์ในเอกสารทางวิชาการที่หน่วยงานราชการแจกให้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง ช่วงนี้ฉันได้มีโอกาสดูภาพยนตร์โทรทัศน์ที่เล่าเรื่องเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของเกาหลี เรื่อง อิมซังอ๊ก พ่อค้าหัวใจทรนง ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเข้าใจความหมายของกระบวนทัศน์ตามทัศนะของนักวิชาการหรือไม่ แต่สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ ปรัชญาในการเป็นพ่อค้าของคนสองกลุ่มที่มีจุดมุ่งหมายในผลลัพธ์เบื้องต้น(intermediate goal)เหมือนกันคือกำไรจากการค้า ความอยู่รอดขององค์กร แต่มีจุดมุ่งหมายสูงสุด(ultimate goal)ที่แตกต่างกัน กลุ่มหนึ่งมีให้ความหมายของการค้าที่ประสบความสำเร็จว่าเป็นการค้าที่สามารถกุมหัวใจของผู้คนได้ อีกกลุ่มหนึ่งให้ความหมายว่าต้องเอาชนะกลุ่มอื่นทุกวิถีทาง ต้องโค่นล้มกลุ่มอื่นได้หมด เนื่องจากปรัชญาการค้าที่แตกต่างกันเช่นนี้จึงทำให้วิถีและวิธีการทำการค้าทั้งสองกลุ่มมีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ทั้งสองกลุ่มมีความขยัน ตั้งใจทำงาน พยายามเปิดตลาดการค้าของตนเองให้กว้าง (activeness) มุ่งเน้นผลงาน (yield) ค้าแล้วต้องได้กำไรหรือขาดทุนน้อยที่สุด มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพ (efficiency) ลงทุนน้อย ได้ผลมาก กว้านซื้อสินค้า หรือหาสินค้าคุณภาพดีในช่วงที่ราคาต่ำ แต่หาวิธีขายสินค้าในราคาสูงตามกลไกของตลาด มีความรับผิดชอบต่อผลงาน(accountability) เพราะหากไม่รับผิดชอบนั่นหมายถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพและรายได้ของทุกคนในองค์กร ทั้งสองกลุ่มต้องพยายามหาข้อมูลทางการค้า เช่น การเคลื่อนไหวทางการเมือง ดินฟ้าอากาศ วัฒนธรรมประเพณีรวมถึงเทศกาล แหล่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ กิจกรรมทางการตลาด ของทั้งตนเอง คู่แข่งและลูกค้า ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ รวมทั้งมีการตัดสินใจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ตลอดเวลา(relevance)
ในภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นชีวิตจริงไม่ปัจจัยใด ๆ ที่คงที่ […]
Apr 17
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าหน่วยงานนำร่อง
มุ่งมั่น จัดแนวคิด จิตพัฒนา เน้นลูกค้า ผ่านระบบ ครบทีม
ค่านิยมหลัก ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
แก่นความหมายของค่านิยมหลัก สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ที่สอดรับกับ I AM READY ที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด
มุ่งมั่น-Individual Commitment: สมาชิกทีมมุ่งมั่นยึดถือเป้าหมายและความสำเร็จขององค์กรเป็นหลักในการทำงาน สอดคล้องกับ Y-Yield และ A-Accountability
จัดแนวคิด-Individual & Organization Leaning: หาโอกาสการเรียนรู้จากงานที่ทำและเพื่อนร่วมงานในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ สอดคล้องกับ R-Relevancy
จิตพัฒนา-Continuous Improvement: หาโอกาสที่จะปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องพากันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ A Activeness
เน้นลูกค้า-Patient & Customer Focus: การมุ่งเน้นตอบสนองความจำเป็น ความต้องการ ความคาดหวังของผู้ป่วยและผู้รับบริการอย่างเป็นองค์รวม คำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ใช้มาตรฐานวิชาชีพเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดี สอดคล้องกับ I-Integrity & M-Morality
ผ่านระบบ-System Perspective: การใช้มุมมองเชิงระบบ มองภาพรวมครบถ้วนทุกองค์ประกอบอย่างเชื่อมโยง สอดคล้องกับ […]
กาลครั้งหนึ่งมีเรื่องเล่าว่า
มีชายคน 3 คนกำลังเรียงอิฐเป็นชั้นอยู่ มีคนถามพวกเขาว่ากำลังทำอะไร
ชายคนแรกตอบ ว่าผมกำลังเรียงอิฐอยู่
ส่วนชายคนที่สองตอบว่า ผมกำลังก่อกำแพง
และคนที่สามตอบว่า ผมกำลังสร้างวัดครับ
********************************
หวังว่าถ้ามีใครถามหน่วยงานนำร่องว่าทำอะไร
เราคงไม่เห็นเพียงเป็นแค่กิจกรรม
แต่ควรมองภาพรวมคือ …
เรากำลังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพนำสู่ประชาชน
I AM READY…
Apr 07
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าเวทีความคิด
เรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้ (Learning How to Learn)
ถ้าคุณให้ปลาชายคนหนึ่ง เขาจะมีเพียงแค่อาหารกินอิ่มหนึ่งมื้อ
ถ้าคุณสอนวิธีตกปลาแก่เขา เขาก็จะมีอาหารกินอิ่มไปตลอดชีวิต
Kuan Tzu, กวีชาวจีน
ในภาษาจีนมีอักษรสองตัว
เขียนรวมกันอ่านว่า วิกฤต
คำหนึ่งหมายความว่า
โอกาส
และอีกคำหนึ่งหมายความว่า ปัญหา
สุภาษิตจีนโบราณ
วิกฤต = โอกาส + ปัญหา
แล้วคุณล่ะ เลือกที่จะมองวิกฤต เป็น ”โอกาส” หรือ “ปัญหา” ?
Apr 01
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าเวทีความคิด
ในจิตใจของมือใหม่ มีความเป็นไปได้มากมายหลายวิธี
แต่ในจิตใจของผู้เชี่ยวชาญมีเพียงสองสามวิธีเท่านั้น
Shunru Suzuki
Apr 01
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าเวทีความคิด
จิตวิทยาแห่งการนั่ง
… ในสังคมศิวิไลตะวันตก ผู้คนไม่ใคร่มีเวลาให้แก่กัน ไม่มีเวลาแห่งการแบ่งปันประสบการณ์ สิ่งนี้เองอธิบายได้ว่าทำไมคนตะวันตกจึงไม่เข้าใจจิตวิทยาแห่งการนั่ง
ในหมู่บ้าน การนั่งเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สำคัญ
การนั่งไม่ใช่ การสูญเสียเวลา หรือ แสดงถึงความเกียจคร้าน
การนั่งคือการมีเวลาร่วมกัน เวลาที่จะสานสัมพันธ์ทางสังคม
- Andress Fuglesang -
มานั่งคุยกัน !!!