Good Practice Model Blog

โครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยม

Archive for April, 2008

 
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์….ปรับเปลี่ยนอะไร*

                                                                                              น.พ. ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์
                                                                               ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
          จากการที่กรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นหน่วยงานนำร่องในโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับตนเองอย่างมาก เพราะตอนแรกอยากรู้จริงๆว่ามันคืออะไร แล้วจะทำได้จริงไหมในเวลาอันจำกัด ทางโครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยมซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ  กับ สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ก็ส่งอาจารย์ที่ปรึกษาพร้อมทีมงานมาชักชวนให้ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด รู้สึกอาจารย์(ดร.วิริณธ์)ท่านใช้วิชา Facilitate กับแกนนำ ของสถาบันฯเรา เริ่มตั้งแต่การชวนไปดูงานที่ รพ.บ้านตาก รพ.เสาไห้ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสร่วมไปกับคณะด้วย ซึ่งสิ่งที่ได้ในตอนนั้นก็คือการได้พูดคุยกับทีมงานที่ไปช่วงงานเลี้ยงตอนเย็น
          แต่กลับมาแล้วก็แปลกใจ เพราะทีมงานมีความกระตือรือร้นอยากจะพัฒนาสิ่งต่างๆอยู่เรื่อย ขณะที่ตนเองยังงงๆอยู่ แต่ที่ทำได้ตอนนั้นคือถ้าเขาอยากจะพัฒนาอะไร เราก็มีหน้าที่ตอบสนอง หรือคอยอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ก็คิดเพียงแต่ว่า ก็ดีเหมือนกันนะที่ทีมงานเริ่มที่จะอยากพัฒนาด้วยตัวของตัวเอง หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมต่างๆตามมา มีโครงการพัฒนาทั้งสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเสริมสร้างกำลังใจของบุคลากรเกิดขึ้นหลายโครงการ ก็คิดว่าทีมงานได้เริ่มพัฒนาไปแล้ว แต่ตนเองในฐานะผู้นำหน่วยงาน จะพัฒนาอะไรดี คำถามที่ว่า “ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์….ปรับเปลี่ยนอะไร” จึงเกิดกับตนเองตลอด จนต้องใช้วิธีศึกษาจากหนังสือหลายเล่ม ทั้งหนังสือที่ได้เป็นของขวัญปีใหม่จากรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต หรือหนังสือที่ซื้อจากร้านหนังสือ ไปนั่งฟังบรรยายจากการประชุมวิชาการ แล้วมาประมวลดูกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ชาวสถาบันฯ จึงเกิดมุมมองใหม่ในการบริหารงาน และการทำงาน คำถามที่ว่า “ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์….ปรับเปลี่ยนอะไร” จึงมีคำตอบสำหรับตนเองคร่าวๆว่า
1.เปลี่ยนวิธีบริหารจัดการองค์กร การสร้างจัดการความรู้แบบใหม่ 
โลกเปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ไม่เคยหยุดนิ่ง การเผชิญกับปัญหาใหม่ๆโดยใช้วิธีการเดิมๆอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป ตอนนี้เริ่มพบว่าตนเองอยู่ในวังวนหรือถูกครอบงำด้วยกระบวนทัศน์วิทยาศาสตร์แบบวัตุนิยมที่ขาดความเข้าในมิติทางจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์ […]

 
การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์: ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์*
                                                                                             พ.ญ.ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์
                                                      รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
         
          ฉันพยายามอ่านความหมายของกระบวนทัศน์ในเอกสารทางวิชาการที่หน่วยงานราชการแจกให้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง   ช่วงนี้ฉันได้มีโอกาสดูภาพยนตร์โทรทัศน์ที่เล่าเรื่องเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของเกาหลี เรื่อง “อิมซังอ๊ก พ่อค้าหัวใจทรนง” ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเข้าใจความหมายของกระบวนทัศน์ตามทัศนะของนักวิชาการหรือไม่  แต่สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้  คือ ปรัชญาในการเป็นพ่อค้าของคนสองกลุ่มที่มีจุดมุ่งหมายในผลลัพธ์เบื้องต้น(intermediate goal)เหมือนกันคือกำไรจากการค้า ความอยู่รอดขององค์กร  แต่มีจุดมุ่งหมายสูงสุด(ultimate goal)ที่แตกต่างกัน  กลุ่มหนึ่งมีให้ความหมายของการค้าที่ประสบความสำเร็จว่าเป็นการค้าที่สามารถกุมหัวใจของผู้คนได้ อีกกลุ่มหนึ่งให้ความหมายว่าต้องเอาชนะกลุ่มอื่นทุกวิถีทาง ต้องโค่นล้มกลุ่มอื่นได้หมด   เนื่องจากปรัชญาการค้าที่แตกต่างกันเช่นนี้จึงทำให้วิถีและวิธีการทำการค้าทั้งสองกลุ่มมีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง   ทั้งสองกลุ่มมีความขยัน ตั้งใจทำงาน พยายามเปิดตลาดการค้าของตนเองให้กว้าง (activeness)  มุ่งเน้นผลงาน (yield)  ค้าแล้วต้องได้กำไรหรือขาดทุนน้อยที่สุด  มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพ (efficiency) ลงทุนน้อย ได้ผลมาก กว้านซื้อสินค้า หรือหาสินค้าคุณภาพดีในช่วงที่ราคาต่ำ แต่หาวิธีขายสินค้าในราคาสูงตามกลไกของตลาด มีความรับผิดชอบต่อผลงาน(accountability) เพราะหากไม่รับผิดชอบนั่นหมายถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพและรายได้ของทุกคนในองค์กร  ทั้งสองกลุ่มต้องพยายามหาข้อมูลทางการค้า เช่น การเคลื่อนไหวทางการเมือง ดินฟ้าอากาศ วัฒนธรรมประเพณีรวมถึงเทศกาล  แหล่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ  กิจกรรมทางการตลาด ของทั้งตนเอง คู่แข่งและลูกค้า  ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ รวมทั้งมีการตัดสินใจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ตลอดเวลา(relevance)
         
          ในภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นชีวิตจริงไม่ปัจจัยใด ๆ ที่คงที่  […]

“มุ่งมั่น จัดแนวคิด จิตพัฒนา เน้นลูกค้า ผ่านระบบ ครบทีม”
ค่านิยมหลัก ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
แก่นความหมายของค่านิยมหลัก สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ที่สอดรับกับ  I AM READY ที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด
     มุ่งมั่น-Individual Commitment: สมาชิกทีมมุ่งมั่นยึดถือเป้าหมายและความสำเร็จขององค์กรเป็นหลักในการทำงาน สอดคล้องกับ  Y-Yield และ A-Accountability
     จัดแนวคิด-Individual & Organization Leaning: หาโอกาสการเรียนรู้จากงานที่ทำและเพื่อนร่วมงานในทุกโอกาสที่เป็นไปได้  สอดคล้องกับ  R-Relevancy
     จิตพัฒนา-Continuous Improvement: หาโอกาสที่จะปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องพากันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ A –Activeness
     เน้นลูกค้า-Patient & Customer Focus: การมุ่งเน้นตอบสนองความจำเป็น ความต้องการ ความคาดหวังของผู้ป่วยและผู้รับบริการอย่างเป็นองค์รวม คำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ใช้มาตรฐานวิชาชีพเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดี สอดคล้องกับ I-Integrity & M-Morality
     ผ่านระบบ-System Perspective: การใช้มุมมองเชิงระบบ มองภาพรวมครบถ้วนทุกองค์ประกอบอย่างเชื่อมโยง สอดคล้องกับ […]

กาลครั้งหนึ่งมีเรื่องเล่าว่า
“มีชายคน 3 คนกำลังเรียงอิฐเป็นชั้นอยู่  มีคนถามพวกเขาว่ากำลังทำอะไร
ชายคนแรกตอบ ‘ว่าผมกำลังเรียงอิฐอยู่’
ส่วนชายคนที่สองตอบว่า ‘ผมกำลังก่อกำแพง’
และคนที่สามตอบว่า ‘ผมกำลังสร้างวัดครับ’”

********************************
หวังว่าถ้ามีใครถามหน่วยงานนำร่องว่าทำอะไร
เราคงไม่เห็นเพียงเป็นแค่กิจกรรม
แต่ควรมองภาพรวมคือ …
เรากำลังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพนำสู่ประชาชน
 I AM READY… 

เรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้ (Learning How to Learn)
“ถ้าคุณให้ปลาชายคนหนึ่ง เขาจะมีเพียงแค่อาหารกินอิ่มหนึ่งมื้อ
ถ้าคุณสอนวิธีตกปลาแก่เขา  เขาก็จะมีอาหารกินอิ่มไปตลอดชีวิต
– Kuan Tzu, กวีชาวจีน

“ในภาษาจีนมีอักษรสองตัว
เขียนรวมกันอ่านว่า ”วิกฤต”
คำหนึ่งหมายความว่า
“โอกาส”  
และอีกคำหนึ่งหมายความว่า “ปัญหา”
 – สุภาษิตจีนโบราณ

”วิกฤต” = “โอกาส” + “ปัญหา”
แล้วคุณล่ะ เลือกที่จะมองวิกฤต เป็น ”โอกาส” หรือ “ปัญหา” ?

“ ในจิตใจของมือใหม่ มีความเป็นไปได้มากมายหลายวิธี 
แต่ในจิตใจของผู้เชี่ยวชาญมีเพียงสองสามวิธีเท่านั้น 
– Shunru Suzuki”
 

 
 

จิตวิทยาแห่งการนั่ง  
“… ในสังคมศิวิไลตะวันตก  ผู้คนไม่ใคร่มีเวลาให้แก่กัน  ไม่มีเวลาแห่งการแบ่งปันประสบการณ์  สิ่งนี้เองอธิบายได้ว่าทำไมคนตะวันตกจึงไม่เข้าใจจิตวิทยาแห่งการนั่ง
 ในหมู่บ้าน การนั่งเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สำคัญ 
 การนั่งไม่ใช่ “การสูญเสียเวลา” หรือ แสดงถึงความเกียจคร้าน
การนั่งคือการมีเวลาร่วมกัน  เวลาที่จะสานสัมพันธ์ทางสังคม”
-  Andress Fuglesang -

มานั่งคุยกัน !!!