ด้วยนิสัยส่วนตัวที่ผมเป็นคนรักในธรรมชาติและชอบสิ่งประดิษฐ์ไอเดียเก๋ๆ ที่ทำจากธรรมชาติหรือวัสดุเหลือใช้ต่าง ๆ บ่อยครั้งที่ผมมักทำไว้ประดับหรือใช้งานที่บ้านพักของผม โดยผมไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างประโยชน์ให้กับที่ทำงานมากนัก เนื่องด้วยผมเห็นว่า ที่ทำงานเป็นสถานที่ราชการก็คงต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ดูเรียบร้อยเป็นระเบียบสร้างมนต์ขลังให้รู้ว่า นี่แหละสถานที่ราชการ เอาเป็นว่า ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นอีกนิดล่ะกันนะครับ อย่างยางรถยนต์เก่าหรือรองเท้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วนำมาดัดแปลงเป็นกระถางต้นไม้ แน่นอนครับถ้าแขวนหรือตั้งโชว์ไว้ที่สวนของบ้านพัก สวย เก๋ อย่าบอกใครเชียว รับรองเป็นที่กล่าวถึงชื่นชมในแวดวงแขกและเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยียน แต่ถ้าลองจินตนาการเปลี่ยนจากสวนบ้านพักผมเป็นสวนที่ไว้ให้ญาติและผู้ป่วยนั่งพักผ่อนขณะมาติดต่อที่สถาบันฯ เขาก็คงรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ ด้วยเหตุผลนี้ ถึงแม้หลายครั้งที่ผมเห็นวัสดุสำนักงานที่เหลือใช้แล้วเกิดไอเดียในการนำมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของเพื่อตกแต่งหรือใช้ประโยชน์ในสถาบันฯได้แทนที่จะทิ้งไป ไอเดียเหล่านี้ก็ได้แค่อยู่ในความคิดผมไม่เคยหลุดออกมาเป็นความจริงเลย จนกระทั่งวันหนึ่งทางสถาบันฯได้มีโครงการปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยมในการทำงาน ซึ่งเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ในการปรับปรุงสถานที่และสิ่งแวดล้อมสถาบัน ฯ ผมจึงมีโอกาส และได้แสดงไอเดียในผลงานที่อยู่ในความคิดของตัวผมออกมาในรูปแบบการนำเสนอโครงการสิ่งแวดล้อมแบบพอเพียง ซึ่งตัวโครงการที่ผมทำนั้น สิ่งสำคัญก็ได้แรงบันดาลใจจากพ่อหลวง นั่นคือความพอเพียง สิ่งแรกที่ผมคิดทำในตัวโครงการนี้ คือ กระดาษที่ใช้แล้วในสำนักงานนำมารีไซเคิลซะใหม่ โดยการนำกระดาษมาแช่น้ำ ให้ยุ่ย ระหว่างนั้นก็ต้องทำตัวโครงลวดเป็นรูปร่างก่อน แล้วนำกระดาษมาปั่นให้ละเอียด บีบน้ำออก จากนั้นก็นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ ประดิษฐ์ปั้นเป็นกระถางต้นไม้ และทางเดินเท้าที่มีรูปร่างเหมือนท่อนไม้
แน่นอนผมเชื่อมันในตัวโครงการมากว่า สามารถทำได้แน่ แต่ผมไม่มั่นในเลยว่า คณะทำงานปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ฯ จะเชื่อมั่นเหมือนผม
เอาเลย ลงมือทำเลยน่ะ มีอะไร ? ขาดเหลือบอกพี่
ไอเดียเยี่ยมมาก พอดีพี่อยากสร้างต้นสาละที่ใช้เป็นตัวแทนสถาบันฯ เราไม่รู้น้อยจะใช้กระดาษมารีไซเคิล ทำให้พี่ได้หรือเปล่า
นี่คือเสียงตอบรับจากคณะทำงานปรับเปลี่ยน ฯ ครับ ประโยคไม่กี่ประโยคที่ได้ยิน กลับให้ผมหัวใจพองโตด้วยกำลังใจเกินร้อย ผมพร้อมแล้วครับ แต่ผมจะต้องหาบุคลากรที่สนใจเข้าร่วมโครงการของผมก่อน โดยการไปสอบถาม สนใจไหมกับโครงการ สิ่งแวดล้อมแบบพอเพียง ซึ่งขณะที่ผมเล่าแนวความคิดตัวโครงการของผมให้พวกเขาฟัง ผมสังเกตเห็นแววตา ยินดีและท่าทางร่าเริงของพวกเขา ผมหาสมาชิกร่วมโครงการได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ผมจึงรีบนัดแนะ เจอกัน เสาร์หน้า 11 โมงเช้า หน้าตึกอาชีวบำบัด บริเวณบ้านพักชายโสด เราจะทำต้นสาละก่อน วันต่อไปค่อยทำทางเดินเท้าและกระถาง และแล้ว ! วันที่ผมนัดหมายก็มาถึง แต่พวกเราเริ่มงานกันแต่เช้าเลยครับ ทำไมน่ะหรือ? ก็สมาชิก (เสียงทอง) ของผมซิครับ เจ็ดโมงกว่ามาตะโกนหน้าบ้านพักผมแล้ว สองมือเต็มไปด้วยกระดาษเหลือใช้ ถัง กะละมัง (ไม่มีหม้อครับ)
สมาชิกผมถาม แช่แบบไหน ? เอากระดาษใส่ลงไปในน้ำเลยหรือเปล่า ?
โอ้โห! พี่! ทำตอนนี้เลยหรือ สมาชิก (เสียงทอง) ผมหัวเราะ
จะได้เสร็จไวไง เย็นนี้จะได้ว่างนั่งคุยกัน
ผมรู้นั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงของพี่เขา แต่เหตุผลจริงๆ ดูได้จากท่าทาง กระตือรือร้นเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ความสุขที่ได้ทำงานที่ชอบ หัวใจพี่เขาพองโตด้วยพลังเหมือนผมแล้วล่ะครับ ขณะผมกำลังอธิบายวิธีแช่กระดาษอยู่ สมาชิกอีกคนของผมก็เดินมา มือขวาถือถุงใส่ขวดน้ำอัดลม มือซ้ายหิ้วกระติกน้ำแข็ง ตะโกนมาแต่ไกล
อ้าว! เริ่มกันแล้วหรือ กำลังจะมาชวนทำอยู่พอดี สรุปแล้วสมาชิกผมครบองค์ แบบไม่ได้นัดหมายตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลานัด แต่แล้วเหตุการณ์ก็ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมฆฝนตั้งเค้า (แบบไม่มีเสนา) ลมกรรโชกแรงขึ้น เม็ดฝนเล็กๆ กระทบแขน
สงสัยฝนตกแน่ ย้ายไปตั้งไว้ในที่ร่วมก่อนไหม สงสัยวันนี้ต้องเลิกทำก่อนละมั่ง ผมถามความคิดเห็นของสมาชิก ทุกคนเห็นพ้องต้องกันให้ย้ายไปไว้ใต้ชายคาบ้านพัก แล้วกางร่วมคันใหญ่ถัดจากชายคากันฝนกระเด็น แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเลิกทำ ฝนตกหนักมากชนิดพูดกันทีต้องตะโกน แต่ไม่มีใครหยุดทำ ทุกคนเปียกปอนเนื้อตัวสกปรกแต่ไม่มีเสียงบ่น มีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเท่านั้น ที่แข่งกับเสียงฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เกือบ 2 วันเต็มที่พวกเราช่วยกันทำ ลำต้นของต้นสาละก็สำเร็จ ถึงแม้ว่าทางเดินเท้าและกระถางจะยังไม่ได้ทำ ก็ไม่มีใครกังวลเพราะมั่นใจว่า พวกเราต้องทำสำเร็จแน่นอน ใบของต้นสาละได้แรงจากพี่ๆ ส่วนวิกฤตฯ มาช่วยกันประดิษฐ์ ต้นสาละที่เกิดจากพลังของพวกเราถูกนำไปวางไว้ในห้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันฯ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของผมและสมาชิกทุกท่านในโครงการ สิ่งแวดล้อมแบบพอเพียง
ขอขอบคุณแรงสนับสนุนที่น่ารักทุกท่าน (ผอ. พี่วีระศักดิ์ พี่สำราญ พี่ยุพิน พี่วยุณี ฯลฯ)
ที่ช่วยสานความคิดของผมให้เป็นจริงขึ้นมา ทำให้ผมรู้ซึ้งกึงคุณค่าภายในตัวผมว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสถาบันฯได้ และขอขอบคุณพ้องเพื่อนที่แสนดี (พี่สมพร พี่ญัติ พี่สุรพล และคุณหนึ่ง……) ที่ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคำว่าสามัคคี คือพลังอันยิ่งใหญ่
ขอขอบคุณจากใจจริงครับผม
สุทธิโรจน์ พรหมบุตร
* ที่มา : สุทธิโรจน์ พรหมบุตร. (2551). สาละ…เธอคือพลัง ในส่วนเติมเต็ม งานดี ชีวิตดี สังคมดี การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารความเสี่ยงเพื่อการบริการที่เป็นเลิศ. (ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ และ วิริณธิ์ กิตติพิชัย, บรรณาธิการ). กรุงเทพ ฯ : สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต.
3 Responses
ya9iodln8r
25|Oct|2008 1s5l1e94afmy http://www.1039112.com/462664.html 7rgykwog7
piewy4a1wy
25|Oct|2008 2qlokdtpf [URL=http://www.710331.com/309800.html] e9blyifc475437 [/URL] d7il0j1g4g9qip7s
q9oq9nefv9
25|Oct|2008 37qa86k1xk lldw08gyvvp45l 71vyb85ltjfss
Leave a reply