วันนี้ได้สนทนากับผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง ส่วนใหญ่ฉันจะเป็นผู้รับฟังมากกว่า ผู้ใหญ่ท่านนั้นได้แสดงความรู้สึกโหยหาสิ่งที่เรียกว่า จิตสาธารณะ หรือ บางท่าน เรียกว่าจิตอาสา คือการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ตอบแทนโดยเฉพาะเงินเป็นหลักจากคนในสังคม หรือพูดง่ายๆภาษาบ้านๆว่าทำเอามันส์เงินทองได้เท่าไรช่างมัน แค่สนุกและสุขใจที่ได้ทำเห็นว่าทำแล้วให้ประโยชน์กับชาวบ้านชาวเมืองบ้างก็พอแล้ว ประเภทได้สิบแต่ทำร้อย…ทำนองนี้
เมื่อจบการสนทนาฉันได้มานั่งไตร่ตรอง ทำให้นึกถึงข่าวงานการวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งฉันเองก็จำรายละเอียดได้ไม่มากนักที่ได้ดูจากทีวีเมื่อไม่นานมานี้ มีนักวิจัยได้ทำวิจัยในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา และสรุปผลการวิจัยว่าเด็กไทยบกพร่องจิตสาธารณะ จึงเรียกร้องให้หลักสูตรการเรียนการสอนทำอย่างไรให้มีการพัฒนาจิตสาธารณะในเด็ก เน้นให้เด็กทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมควบคู่ด้วย แทนที่จะเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการอย่างเดียว
เรื่องทั้งสองมาบรรจบกันที่การสรุปง่ายๆของฉัน คือ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ในบ้านเมืองนี้ยังขาดจิตสาธารณะแล้วจะหวังอะไรกับเด็กให้มีจิตสาธารณะ เพราะไม่มีตัวแบบจิตสาธารณะที่ดีให้ดู เด็กๆคงย้อนด้วยคำพูดนี้บ้างเป็นแน่
คำพูดที่ว่า “การทำให้ดีที่สุด” ”ทำอย่างเต็มที่” “ต้องทำอย่างมีคุณภาพ” คงอาจพอเข้าใกล้คำว่า จิตสาธารณะได้บ้าง คือถ้าคนยึดคำนี้อย่างน้อยก็จะไม่เกี่ยงว่าได้ผลประโยชนตอบแทนจำนวนเท่าไร
หรือแม้แต่คำเชิงลบ “ผักชีโรยหน้า” “เสียเท่าไรไม่ว่าต้องรักษาหน้าไว้ก่อน” “หน้าใหญ่ต้องเลี้ยงดูต้อนรับให้ดี” ซึ่งหลายคนวิจารณ์ว่าเป็นลักษณะของคนไทยที่หน้าใหญ่ใจโต ก็อาจพอเฉียดกับคำว่าเข้าใกล้จิตสาธารณะได้บ้าง แม้จะไม่จริงใจก็ตาม แต่นั่นหมายถึงว่า อย่างน้อยยังคำนึงถึงผู้อื่นให้ได้รับความประทับใจบ้าง
แต่เมื่อฟังจากคำสนทนาผู้ใหญ่ที่เคารพแล้ว รู้สึกหดหู่ใจ น่าเสียดายที่ว่าคนทุกวันนี้…
แม้แต่…ผักชีจะโรยหน้ายังไม่ซื้อ…ไม่ใช่เพราะถือความพอเพียงหรือเข้าถึงสัจธรรมแต่อย่างใด แต่ทำได้เงินแค่นี้จะเอาอะไรกันนักหนาต่างหาก!!!
ปล. ถึงแม้ความสุขใจจากการมีจิตส่าธารณะในการทำงานจะกินไม่ได้อิ่มท้อง แต่ก็อิ่มใจเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจให้อยากทำงานให้ดีมีคุณภาพต่อไป แม้จะได้เงินค่าตอบแทนน้อยก็ตาม
Feb 28
Posted by: Wiki in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
การถอดบทเรียนนี้ได้เรียบเรียงจากจดหมาย 2 ฉบับของอาจารย์นายแพทย์สุธีร์ รัตนมงคลกุล ถึงนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ออกฝึกปฎิบัติงานพัฒนาอนามัยชนบทเบ็ดเสร็จ ประจำปีการศึกษา 2550 ณ ตำบลโคกหม้อและตำบบพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 28 มกราคม 9 มีนาคม 2551 ได้แก่ จดหมายฉบับที่เขียนถึงนิสิตฯ ในสัปดาห์ที่ 3 ของการฝึกฯ และการปัจฉิมนิเทศ (เฉพาะนิสิตแพทย์ มศว. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2551) บทเรียนนี้ให้ข้อคิดที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับนิสิตด้านสาธารณสุขและการแพทย์เท่านั้น หากแต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั่วไปโดยเฉพาะผู้ให้บริการสาธารณะได้ตระหนักและเข้าใจในการแสดงพฤติกรรมและการให้บริการแก่ประชาชนผู้รับบริการด้วยการให้เกียรติและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การให้บริการแก่ประชาชนที่มารับบริการไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าแต่มีคุณค่าเบื้องหลังคนเหล่านั้น รวมถึงจะต้องเป็นผู้มีเปิดใจกว้างเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและแสวงหาความรู้ต่างๆรอบตัวเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ซึ่งสามารถสรุปได้ 10 บทเรียน ดังนี้
***************************************************************
บทเรียนที่ 6
6 การส่งเสริมและป้องกัน มูลค่าถูกกว่ากว่าการรักษาและฟื้นฟู (แก้ไข)
เราคงเห็นแล้วว่างานสาธารณสุขและงานในชุมชนนั้นพยายามดูแลคนหลาย ๆ ในชุมชนไม่ได้มุ่งเจาะจงคนใดคนหนึ่ง และก็มุ่งหวังให้ทุกคนมีสุขภาพดี เราคงเห็นร่วมกันอีกว่าเป็นการลงทุนที่ถูกเมื่อเทียบกับการรักษาในโรงพยาบาล
บทเรียนที่ 7
7. จงทำงานปิดทองหลังพระ […]
Feb 26
Posted by: Wiki in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
การถอดบทเรียนนี้ได้เรียบเรียงจากจดหมาย 2 ฉบับของอาจารย์นายแพทย์สุธีร์ รัตนมงคลกุล ถึงนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ออกฝึกปฎิบัติงานพัฒนาอนามัยชนบทเบ็ดเสร็จ ประจำปีการศึกษา 2550 ณ ตำบลโคกหม้อและตำบบพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 28 มกราคม 9 มีนาคม 2551 ได้แก่ จดหมายฉบับที่เขียนถึงนิสิตฯ ในสัปดาห์ที่ 3 ของการฝึกฯ และการปัจฉิมนิเทศ (เฉพาะนิสิตแพทย์ มศว. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2551) บทเรียนนี้ให้ข้อคิดที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับนิสิตด้านสาธารณสุขและการแพทย์เท่านั้น หากแต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั่วไปโดยเฉพาะผู้ให้บริการสาธารณะได้ตระหนักและเข้าใจในการแสดงพฤติกรรมและการให้บริการแก่ประชาชนผู้รับบริการด้วยการให้เกียรติและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การให้บริการแก่ประชาชนที่มารับบริการไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าแต่มีคุณค่าเบื้องหลังคนเหล่านั้น รวมถึงจะต้องเป็นผู้มีเปิดใจกว้างเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและแสวงหาความรู้ต่างๆรอบตัวเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ซึ่งสามารถสรุปได้ 10 บทเรียน ดังนี้
*********************************************************************
บทเรียนที่ 1
1. ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย
ความสำเร็จของสิ่งต่าง ๆ ในโลก ไม่ได้เกิดด้วยความบังเอิญแต่เป็นความพยายามและตั้งใจ ขอให้ตั้งใจทำให้ได้ พวกเรายังคงจำคำที่ว่า วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้ท่านทำอะไรอยู่ คำนี้สามารถเอาไปใช้ต่อๆ ไป […]
เจริญพร…
เนื่องในวันมาฆะบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนไปทำบุญ รักษาศีล เจริญในธรรม เพื่อทำนุบำรุงความรักอันงดงามแห่งโลกุตรธรรมด้วยจ๊ะ ขอให้ความรักอันบริสุทธ์ เจริญงอกงาม และมั่นคงสืบไป
ธรรมคุ้มครอง
เคยอ่านบทความนี้ตั้งแต่สมัยเรียน…จนตอนนี้ไม่รู้จะเรียนที่ไหนดี…เพราะไม่มีสติปัญญาและความสามารถเพียงพอจะเรียนต่อ มีแต่เรียนชีวิตไปวันๆ อ่านแล้วให้ข้อคิดเรื่องความรักความอาทรในหลากหลายมิติ จึงอยากแบ่งปันให้ทุกท่านได้เห็นอีกมิติหนึ่งของความรัก เพื่อให้เข้ากับเทศกาลความรักที่คนทั้งโลกส่วนหนึ่งให้ความสำคัญกับเปลือกแห่งความรักนี้
*********************************************************
ความอาทร
โดย อ.ดร. ปกรณ์ สิงห์สุริยา
Nine-year old Kim Phuc flees from her South Vietnam village in the Pulitzer-winning photo taken by Nick Ut.
ปกติ เคยได้ยินเรื่องการให้รางวัลภาพข่าวของหนังสือพิมพ์ต่างๆ ในประเทศ สำหรับคนนอกอย่างเราแล้ว เกณฑ์การตัดสินรางวัลไม่เป็นที่ทราบกันนัก เพียงแต่เห็นว่าดูจะเน้นที่ความตื่นเต้นหวาดเสียวกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม มีภาพข่าวบางภาพที่มีฐานะเทียบเท่า “บทกวี” เลยทีเดียว ตัวอย่างที่คนรู้จักและคุ้นตากันดี ก็คือ ภาพของเด็กหญิงเวียดนาม คิม ฟุก (Kim Phuc) ในภาพดังกล่าว จะเห็นเด็กๆ กำลังวิ่งหนีด้วยความตื่นตกใจ เมื่อหมู่บ้านถูกถล่ม และ จะเห็นคิม ฟุก วิ่งอยู่ตรงกลางภาพพอดี หนูน้อยร้องตกใจ วิ่งกางแขน ตัวเปล่า เนื่องจากเสื้อผ้าถูกเปลื้องไปด้วยความร้อนระเบิด
Denise Chong กล่าวไว้ตอนหนึ่งเกี่ยวกับภาพนี้ว่า […]
Jan 31
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
เรื่องที่ 2
ครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่ คล่องแคล่ว
และใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อ ในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูล ว่า
‘ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิก รามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้า..’
มาถึงตอนสำคัญที่ ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยง ไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า
เป็นนกอะไรและมีกี่ ตัว. . พ่อ ลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไปทิ้งพระ โอรสไว้สองตัวตัวหนึ่ง ที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลยและทิ้ง ให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว
ดร.สุเมธเล่าว่าเป็น ที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง——
Jan 31
Posted by: yuvayong in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
วันนี้ได้รับฟอร์วาดเมลอ่านจากเพื่อนรุ่นพี่ร่วมสถาบันท่านหนึ่งอ่นแล้วเรียกรอยยิ้มตามหัวข้อคนที่ส่งให้และขอให้ส่งต่อถ่ายทอดต่อไป
—————————-
เรื่องที่ 1
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้านางสนองพระโอษฐ์ของฟ้าหญิง องค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียง ผู้ชายขอพูดสายกับฟ้าหญิง
ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย ก็มี เสียงตอบกลับมา ว่า คนที่แบงค์
นางสนองพระโอฐก็ งง…งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมา
แต่ เช้าแบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
แต่พอฟ้าหญิงรับ โทรศัพท์แล้ว ถึงได้รู้ว่า
คนที่แบงค์น่ะก็ที่แบงค์ จริงๆนะ
ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ …..ขนลุก
ที่แท้ก็ทรงตรัสกับ ในหลวงท่านอยู่นั่นเอง—–
Jan 05
Posted by: sophy in: ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
ระยะนี้มีแต่ข่าวการจากไปของบุคคลสำคัญ ปลายปีที่ผ่านมา คือ นางบุตโต ส่วนต้นปี คือสมเด็จพระพี่นางฯ ที่รักของปวงชนชาวไทย สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้เรียนรู้คือ การจากไปอย่างมีคุณค่า ตอนมีชีวิตอยู่หากเราได้ทำคุณงามความดี เมื่อสังขารล่วงไป ชื่อเสียงที่สั่งสมคุณงามความดีเท่านั้น จะจารึกและเป็นที่จดจำแก่อนุชนเบื้องหลังตลอดไป บทความที่นำเสนอนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง ในการมองเรื่องความตายและการเตรียมตัวรับกับภาวะใกล้ความตาย ของบุคคลที่อยู่ในภาวะใกล้ตายว่าเราควรปฏิบัติตัวแก่เขาเหล่านั้นเช่นไร
———————————————————————————–
ชีวิตแบบองค์รวม : มุมมองใหม่ว่าด้วยความตาย
[Wholly life : A new perspective on death]*
———————————————————————————–
Sophy ถอดความและเรียบเรียง
ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์มักหลีกเลี่ยงและปฏิเสธที่จะพูดถึง เนื่องจากความกลัว ถึงแม้มนุษย์จะรู้ดีว่าความตายเป็นสัจธรรมของชีวิต ในบทความนี้ได้นำเสนอถึงมนุษย์มีความรู้เรื่องความตายและการกลัวความตายนี้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมอย่างไร โดยมุ่งไปที่บุคลากรด้านการแพทย์ที่ต้องดูแลพยาบาลผู้ป่วย และแสดงถึงกระบวนทรรศน์ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่มองธรรมชาติแบบองค์รวม และใช้มุมมองกระบวนทรรศน์ใหม่นี้อธิบายกระบวนการปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาพยาบาลตามแนวคิดแบบเก่าสู่การดูแลพยาบาลผู้ป่วยแบบองค์รวม
การกลัวความตาย
จากความคิดยุคดั้งเดิมสู่ยุคอัจฉริยะทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ มนุษยชาติต้องประสบกับปรากฎการณ์ของการเกิดและการตาย การเกิดเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ความตายเป็นประเด็นที่ไม่สามารถพูดได้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแม้อยู่ในสังคมสมัยใหม่ มีนักเขียนหลายท่านกล่าวไว้ว่าความตายเป็นเรื่องอาถรรพ์ต้องห้ามเช่นเดียวกับเพศสัมพันธ์ที่เป็นหัวข้อห้ามกล่าวถึงในทางสังคม กลาสเซอร์ (Glasser) สเตราส์ ( Strauss) และ ไวท์แมน(Weiman) ได้ทำการศึกษาสังเกตจากพฤติกรรมพบว่าคนเราพูดคุยอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับกระบวนการของภาวะใกล้ตาย แต่มักจะหลีกเลี่ยงพูดคุยกับผู้ป่วยภาวะใกล้ตายว่าเขากำลังจะตาย ทั้งนี้เนื่องด้วยเรามองความตายเป็นเรื่องน่ากลัวและความหมายก็เป็นในแง่ลบ ความตายก่อให้เกิดโรคความกลัว (phobia) เป็นพื้นฐานให้เกิดความทุกข์ อย่างเป็นสากล ความกลัวความตายนั้นหยั่งลึกต่อการแสดงออกทางจิต เราแทบจะไม่สังเกตถึงสิ่งนั้นมากนักทว่าความตายต้องการความใส่ใจของเรา […]
วันนี้ได้รับฟอร์วาดเมลจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคารพรัก
เป็นเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับสาเหตุว่าทำไมประเทศไทยเราจึงไม่เจริญสักที
อ่านสนุกๆ …
เขียนได้เสียดสีแสบคัน…
เข้ากับกระแสเหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้พอดี
หวังว่า…พระเจ้าคงจะคิดผิดบ้างนะ…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก
พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆมากมาย พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง 7 โดยหลักของการวางของวิเศษ พระองค์จะต้องวางทั้ง ของดีและของไม่ดี คู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ
ทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา
แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอน วางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้เอาเทือกเขาหิมาลัย ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้
ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด ….. จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน
คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศ รูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป
แต่ด้วยความที่เขาสูงชันมาก เทือกเขาได้เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด
ข้าวของที่ดีๆ ที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ
เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ — ประเทศไทยหมด —
ว้า !! แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิดว่า ประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมดแน่นอน
พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล
แต่สายเสียแล้ว […]
Dec 17
Posted by: sophy in: ห้องเรื่องเล่าเวทีความคิด, ห้องเรื่องเล่าสังคม และทั่วไป
ได้รับการติดต่อจากคุณyuvayong ให้หาเรื่องเล่ามาเติมคลังความรู้….วันนี้ขอนำเรื่องหลักสามประการ มาเสนอ…อ่านแล้ว…อย่าคิดมาก…แต่ให้คิดบ่อยๆ…อ่านสนุกๆ
แล้วอย่าลืมนำไปใช้นะ
ในสมัยกรีกโบราณ…โซเครติสได้รับการยกย่องว่า เป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เมื่อชาย คนหนึ่งปะหน้ากับปรัชญาผู้นี้ จึงกล่าวกับเขาว่า
ชาย คนหนึ่ง : “ท่านรู้ไหมว่าผมได้ยินเรื่องเพื่อนของท่านมาว่าอย่าง ไรบ้าง”
โซเครติสตอบว่า : “เดี๋ยวนะครับ… ผมขอใช้หลักสามประการของผมกรองสิ่งที่คุณจะบอกเล่าเสียก่อน”
ชาย คนหนึ่ง : “หลักสามประการ?”
โซเครติส : “ถูกแล้วครับ”
แล้วขยายความต่อว่า “หลักการแรกคือ “ความจริง” …..คุณมั่นใจหรือเปล่าว่าสิ่งที่คุณจะเล่ามันเป็นความจริง”
ชาย คนหนึ่ง : “ไม่ครับ…จริง ๆ แล้ว ผมฟังมาจากคนอื่นอีกที” เขาสารภาพ
โซเครติส : “เอาล่ะ ตกลงคุณเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า…หลักการถัดไปของผมคือ “ความดี”…สิ่งที่คุณจะเล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องดีหรือเปล่า”
ชาย คนหนึ่ง : “ไม่ครับ แต่ตรงกันข้าม…” เขาตอบ จากนั้นโซเครติสได้กล่าวต่อไปว่า
โซเครติส : “คุณจะเล่าเรื่องที่ไม่ดีของเขาให้ผมฟังใช่ไหม ขณะเดียวกันคุณก็ไม่มั่นใจว่า นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า…ทีนี้เรามาถึงหลักการสุดท้าย คือ “ประโยชน์” เรื่องที่คุณจะเล่าให้ผมฟังน่ะ มันมีประโยชน์ต่อผมหรือเปล่า”
ชาย คนหนึ่ง : “ไม่หรอกครับ” เขาปฏิเสธ
โซเครติส : “เอาละ ถ้าสิ่งที่คุณจะเล่าให้ผมฟังน่ะ มันไม่จริง […]
| M | T | W | T | F | S | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| « Jul | ||||||
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||