Good Practice Model Blog

โครงการสร้างต้นแบบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยม

Archive for the ‘ห้องเรื่องเล่า คน งาน องค์กร’ Category

ได้รับเรื่องเล่านี้เป็นฟอร์วาดเมลจากรุ่นพี่แนะนำให้อ่านและว่าน่าสนใจมาก พอได้อ่านก็น่าสนใจจริงดังคำแนะนำ
******************************************
 
ในกาลครั้งหนึ่ง กระต่ายกับเต่าทุ่มเถียงกันว่าใครวิ่งเร็วกว่ากัน ในที่สุดก็ตกลงกันว่าจะวิ่งแข่งกันให้รู้ดำรู้แดง เมื่อตกลงเรื่องเส้นทางได้แล้วก็ลงมือออกวิ่งแข่งกัน กระต่ายวิ่งปรื๋อไปได้พักหนึ่งก็นำหน้าเต่าไปไกลลิบ มันจึงคิดว่าจะนั่งพักใต้ต้นไม้สักประเดี๋ยวก่อนที่จะออกวิ่งต่อไป
มันนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อยู่ไม่นานก็ม่อยหลับไป เต่าเดินงุ่มง่ามอย่างไม่ย่อท้อมาจนทันและไม่ช้านักก็เข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะเลิศโดยไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น กระต่ายตกใจตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าตัวเองแพ้การแข่งขันเสียแล้ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการทำอะไรให้คงเส้นคงวาแม้จะเชื่องช้าก็ทำให้ประสบชัยชนะได้ เราทุกคนคงเคยได้ฟังนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าฉบับนี้กรอกหูจนชินตั้งแต่เล็กจนโต

แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีใครคนหนึ่งเล่านิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าอีกฉบับหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นให้ฟัง เรื่องมีต่อไปดังนี้นี้ กระต่ายผิดหวังมากที่แพ้การแข่งขัน มันกลับมานั่งพิจารณาตัวเองใหม่อย่างละเอียดว่าบกพร่องตรงไหน มันตระหนักว่ามันแพ้การแข่งขันคราวที่แล้วก็เป็นแต่เพียงเพราะว่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไป ประมาทเลินเล่อ และหย่อนวินัย ถ้ามันไม่นิ่งนอนใจเสียอย่างละก็เต่าไม่มีทางชนะมันได้เลย มันจึงกลับไปท้าเต่าวิ่งแข่งกันอีกครั้งหนึ่ง เต่าก็ตอบตกลง
คราวนี้กระต่ายออกวิ่งเต็มฝีเท้าและไม่ยอมหยุดเลยตั้งแต่ต้นจนจบ มันเข้าเส้นชัยก่อนและทิ้งห่างเต่าหลายกิโล ฝ่ายที่ทำอะไรเร็วอย่างสม่ำเสมอนั้นย่อมจะชนะฝ่ายที่ทำอะไรได้ช้าแม้จะคงเส้นคงวาก็ตาม ถ้าในหน่วยงานของเรามีคนสองคน คนหนึ่งทำอะไรตามขั้นตอนอย่างช้าๆและเชื่อถือได้ กับอีกคนหนึ่งที่ทำอะไรได้เร็วและก็เชื่อถือได้พอๆกัน คนที่ทำอะไรได้เร็วและเชื่อถือได้ก็ย่อมจะมีความก้าวหน้าในหน่วยงานเร็วกว่าคนที่ทำอะไรช้าเป็นขั้นเป็นตอนเสมอ การทำอะไรช้าๆได้พร้าเล่มงามก็ดีอยู่หรอกแต่ถ้าทำอะไรได้เร็วและพึ่งพาอาศัยได้ก็ย่อมจะดีกว่า
อย่างไรก็ดี นิทานเรื่องนี้ยังไม่จบ คราวนี้เต่ากลับเป็นฝ่ายต้องมานอนคิดบ้าง มันตระหนักว่าถ้าวิ่งแข่งกันในรูปแบบที่ทำกันมานั้นมันไม่มีหนทางจะเอาชนะกระต่ายได้เลย มันคิดหาหนทางอยู่พักหนึ่งแล้วก็กลับไปท้ากระต่ายมาแข่งกันอีกครั้งแต่ใช้เส้นทางใหม่ กระต่ายก็ตกลง เมื่อเริ่มการแข่งกระต่ายก็ออกห้อเต็มฝีเท้าตามคติประจำตัวที่จะต้องทำอะไรให้เร็วอย่างสม่ำเสมอ มันวิ่งเร็วจี๋มาจนถึงแม่น้ำกว้างสายหนึ่ง เส้นชัยนั้นอยู่ห่างออกไปประมาณสองกิโลอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ กระต่ายได้แต่นั่งมองไม่รู้จะทำอย่างไร ในขณะเดียวกัน เต่าก็เดินเตาะแตะตามมาจนทัน เดินลงไปในน้ำ ว่ายน้ำข้ามไปอีกฟากหนึ่ง แล้วก็เดินต่อไปจนเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก นิทานเรื่องนี้มีคติสอนใจอย่างไร ?

ก่อนอื่น จงรู้จักตนเองว่าทำอะไรได้เก่งที่สุดแล้วจึงเลือกสนามที่เหมาะกับความเก่งของคุณ ตกมาถึงตอนนี้ กระต่ายกับเต่าก็รู้จักกันดีจนกลายเป็นเพื่อนรักกันไปแล้วก็เลยมาสุมหัวกันคิด ทั้งคู่ตระหนักว่าการวิ่งแข่งหนที่ผ่านมานั้นน่าจะทำให้ดีกว่านี้ได้ ทั้งสองจึงตกลงใจจะวิ่งใหม่อีกครั้งแต่คราวนี้วิ่งกันเป็นทีม  เมื่อออกเริ่มวิ่ง กระต่ายเป็นฝ่ายแบกเต่ามาจนถึงริมฝั่งน้ำ จากนั้นเต่าเป็นฝ่ายแบกกระต่ายพาว่ายข้ามน้ำไปจนถึงอีกฟากหนึ่ง เมื่อขึ้นฝั่งได้กระต่ายก็กลับเป็นฝ่ายแบกเต่าพาวิ่งไปจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน ทั้งสองต่างรู้สึกพออกพอใจผลงานยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาแต่ก่อน นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร?
การทำอะไรได้เก่งแบบข้ามาคนเดียวนั้นก็ดีอยู่แต่หากว่าเราไม่สามารถทำงานเป็นทีมและพึ่งพาความเก่งซึ่งกันและกันได้แล้วไซร้ […]

 
                5 ส หลายท่านคงรู้จักเครื่องมือคุณภาพนี้ดี   บางท่านบอกว่าเป็นเรื่องเก่าเชยแล้ว  เดี๋ยวนี้เขาใช้เครื่องมือตัวใหม่ๆ   ไม่น่าทำแล้ว    ขอคิดในมุมที่แตกต่างและนำเสนอเรื่อง 5 ส ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง  โดยอยู่บนพื้นฐานการเสนอแนวคิดเพื่อจุดประกายให้หยิบฉวยหลักการใดดีเหมาะสมที่นำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของท่านได้ก็จงทำ  ปรับเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรของท่านเอง  โดยที่ไม่จำเป็นต้องดำเนินตามวิธีการของเครื่องมือนั้นทุกขั้นตอนก็ได้  ในหลายหน่วยงานพบว่าได้ใช้ 5 ส. เป็นฐานในการพัฒนาที่มีรูปแบบเฉพาะของตนเองเพื่อสร้างคนทำงาน    เช่น โรงพยาบาลบ้านตาก หน่วยงานต้นแบบของโครงการ  เป็นต้น
                เนื้อหานี้นำมาจากหนังสือ 5 ส ง่ายนิดเดียว 70 กลยุทธ์ความรู้เทคนิคและเคล็ดลับในการทำ 5 ส ให้ประสบความสำเร็จ โดย Shigekazu Yasuda  แปลและเรียบเรียง โดย ดร.นิยม  ดีสวัสดิ์มงคล สำพิมพ์ สทท. (สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น))  : กทม.
               
                ทบทวน 5 ส  มีอะไรกันบ้าง 
5 ส นี้มีวัตถุประสงค์ให้คนปฏิบัติรู้และเข้าใจเป้าหมายในการทำ 5 ส ไม่ใช่แค่ท่อง 5 ส […]

เรียบเรียงจาก  Mary Ann Feldheim  and Xiaohu Wang . Ethics and Public trust , Results from a National survey. Public Integrity . Winter 2003-4 Vol 6 No.4, pp.63-75
 
 

ความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน: Public trust (ตอนจบ)
ยุวยง ศรีบุญเรือง (yuvayong@yahoo.com)
—————————————— 
การพัฒนาความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนชน
     Zucker(1986)  ได้อธิบายการพัฒนารูปแบบของการสร้างความเชื่อถือไว้วางใจอย่างง่ายๆ  มีองค์ประกอบเกี่ยวข้องกับ  ลักษณะส่วนบุคคล   การแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลแบบกลับไปกลับมา  และกระบวนการทางสถาบัน  รวมกันเป็นวิธีการสร้างให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจ   โดยอยู่บนพื้นฐานระดับการพัฒนาของสังคม  ในสังคมที่ไม่ซับซ้อน ลักษณะส่วนบุคคลของแต่ละคนมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อมีอดีตของการแลกเปลี่ยนแบบกลับไปกลับมาหลายครั้ง  ทำให้พัฒนาไปสู่ความเชื่อถือไว้วางใจแบบซึ่งและกัน และเมื่อสังคมมีความสลับซับซ้อนและแตกต่างมากขึ้น   ความเชื่อถือไว้วางใจจึงได้พัฒนารูปแบบการสร้างโดยผ่านกระบวนการทาง
     Thomas (1998) อธิบายว่ารูปแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนตามแต่กลยุทธ์เฉพาะของผู้นำไปใช้ในการพัฒนาความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน  การพัฒนาความเชื่อถือไว้วางใจภายใต้พฤติกรรมส่วนบุคคล และ กระบวนการทางสถาบัน และการใช้กลยุทธ์ต่างๆ   ล้วนให้ความสนใจในคุณค่าทางจริยธรรม(moral value) อันจำเป็นต้องมี  […]

เรียบเรียงจาก  Mary Ann Feldheim  and Xiaohu Wang . Ethics and Public trust , Results from a National survey. Public Integrity . Winter 2003-4 Vol 6 No.4, pp.63-75.   
 
ความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน : Public trust (ตอนที่ 1)
ยุวยง ศรีบุญเรือง (yuvayong@yahoo.com)
—————————————— 

          แนวคิดของความเชื่อถือไว้วางใจ (concept of  trust)   มีหลายองค์ประกอบรวมกัน  ได้แก่ ด้าน พุทธิปัญญา (cognitive component) ด้านอารมณ์ (emotional component)  และ ด้านพฤติกรรม (behavioral component)  ทั้งในระดับระหว่างบุคคล  และ ระดับสถาบัน  แม้ว่าจะไม่มีนิยามของความเชื่อถือไว้วางใจใดยอมรับเป็นสากล   แต่นิยามต่างๆนั้นสามารถสรุปรวมกัน […]

                เมื่อวานไปซ่อมโน้ตบุ๊ตมา ระหว่างที่รอผล  ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งไปยืนรอเวลาในร้านหนังสือ   เห็นชื่อหนังสือก็นึกชอบทำให้นึกถึงผู้มีอุปการะคุณท่านหนึ่ง…เลยซื้อให้เป็นของขวัญวันปีใหม่  เจ้านาย…ฉันเอง….ปกติไม่ค่อยจะให้อะไรใครเป็นสิ่งของนอกจากแรงงาน   แต่รู้สึกช่วงหลังๆผู้มีอุปการะคุณจะมอบของกำนัลเล็กน้อยๆ ไปไหนมาไหนก็นึกถึงลูกน้องคนนี้  มีของฝากของกำนัลให้บ่อยมาก  คิดว่าเคล็ดลับจากหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เจ้านายรับมือกับเจ้านายของเจ้านายได้อีกที
คนที่รู้จักฉันไม่ต้องเดาหรอกนะเจ้านายฉันเป็นใคร  เพราะฉันเป็นนกรู้มีหลายหัว บ่าวหลายนายค่ะ  ก่อนให้เจ้านายเป็นของขวัญปีใหม่ก็ขอมอบให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านซึ่งเป็นเจ้านายโดยตรงสูงสุดของฉัน  ผู้ทำให้มีกินมีใช้มีงานทำชั่วระยะเวลาหนึ่ง   
เคล็ดลับในหนังสือเล่มนี้เหมาะใช้กับบริษัทธุรกิจและแนวทางตะวันตก   เลยตัดทิ้งบางข้อและเลือกเสนอในข้อที่น่าจะประยุกต์ใช้ได้กับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนของไทย  โดยปรับภาษาเป็นบางส่วนเพื่อให้อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที การเรียงข้อจะไม่ตรงตามหนังสือนะคะ 
*******************************************

YOU CANT’T WIN A FIGHT  YOUR BOSS
อยากก้าวหน้าอย่าทะเลาะกับเจ้านาย         
102 วิธีสร้างความสำเร็จในอาชีพและการเป็นผู้นำ
 
โดย  Tom Markert เรียบเรียงโดย ตาปี
กรุงเทพ ฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น , 2550

ขยันและฉลาด -  อยากมีเงินต้องทำงาน อยากมีมีมากต้องใช้ความขยัน+ฉลาด
ไม่มีใครได้อะไรมาง่ายๆ
มีไฟอยู่เสมอ
ทำงานให้มากกว่าคนอื่น
เพิ่มลูกฮึดอีกสักนิด
พร้อมทำทุกอย่าง
เติมเสน่ห์ให้ตัวเองบ้าง – เตือนตัวเองให้กระฉับเฉง เชื่อมั่น ยิ้ม กระตือรือร้น และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น
หาเจ้านายดีๆ – มองคนที่อยู่เหนือกว่าหาว่ามีใครน่าทำงานด้วย  คนที่คุณสามารถทำงานด้วยแล้วสนุกและได้ความรู้   เจ้านายดีๆหายาก แต่เขาจะให้คุณต่างจากคนอื่น   ถ้าคุณมีโอกาสหาเจ้านายที่ดีที่สุดให้ได้
เคารพเจ้านาย –เจ้านายคือคนที่ทำให้เรามีกินมีใช้จงปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพเสมอ ต้องรักษาหน้าตาของเขา และช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ
เจ้านายคือคนที่สำคัญที่สุด – เจ้านายมีหลากหลาย บางคนคุณชอบ […]

 
คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร-ผู้นำยุคใหม่
เห็นกระทู้ของคุณ sompong ถามถึงหนังสือเกี่ยวกับเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership)  สมัยนี้ถ้าเดินเข้าร้านหนังสือก็จะเห็นว่ามีหนังสือเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายหลายเล่มทั้งไทยและเทศ  และแปล  คงยากที่จะบอกว่าอะไรใช่เลย  เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองต่างๆกัน
 
วันนี้จึงจะขอเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร-ผู้นำยุคใหม่  เอาใจคุณ sompong สักหน่อย  ซึ่งอ่านเจอจากหนังสือ คู่มือพัฒนาตนเองสำหรับนักบริหารเรื่อง การพัฒนาข้าราชการ โดยการมอบหมายงาน (Job Assignment)  ของสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.  (2548)  
 
คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร-ผู้นำยุคใหม่  มีดังนี้

ความไว้ใจได้

ความยุติธรรม

พฤติกรรมที่ไม่วางมาดถือตัว

ต้องฟังมากกว่า “บงการ”

ต้องเปิดใจกว้างในการฟังและต้องเป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง

ความรู้สึกไวกับผู้คน

ความรู้สึกไวต่อสถานการณ์ต่างๆ

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆทันสมัยและเหมาะสม

การวินิจฉัยที่ดี

ความสามารถในการตัดสินใจและยืดหยุ่นปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม

ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้ตื่นตัว เร่งรีบอยู่เสมอ

ความสามารถในการบริหารงานและบริหารคุณภาพ

ความเชื่อมั่นในตนเองสูงและความกล้า

ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และมีวุฒิภาวะสูง

เห็นคุณyuvayong เขียนเรื่องของ I และ M เลยขอนำบทความบางส่วนที่เคยอ่านเจอของรศ.สิวลี ศิริไล ซึ่งเคยสอนข้าพเจ้าเมื่อนานมาแล้ว มาร่วมแจม เสริมจากคุณ yuvayong
     แม้จะเป็นบทความเก่าแต่คิดว่ายังคงเป็นประโยชน์ช่วยให้แง่คิดในการทำงานในองค์กรอย่างอาทรเกื้อกูลกัน ซึ่งผลที่ได้ก็จะเกิดความสุขใจแก่บุคคลากรในองค์กร ทำให้มีการแสดงพฤติกรรมการบริการที่ดีแก่ผู้รับบริการในที่สุด
 ———————————————————————–
การสร้างเสริมบรรยากาศทางจริยธรรมในองค์กร
รศ.สิวลี   ศิริไล
      โดยทั่วไป  เมื่อได้ยินคำว่า จริยธรรม คนส่วนหนึ่งมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องของศีลธรรมในศาสนา หรือเป็นหลักความประพฤติที่ดีงานที่มนุษย์เราพึงประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม   ภาษาอังกฤษใช้คำว่า moral   ซึ่งมาจากภาษาละติน และคำว่า ethics  ซึ่งมาจากภาษากรีก (คำว่า ethics นอกจากจะหมายถึง จริยธรรมแล้ว ยังเป็นเชื่อวิชาที่เป็นสาขาของปรัชญาด้วย) ทั้งสองคำนี้หมายถึง   หลักความประพฤติที่ดีงานที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อกันดังได้อธิบายไว้แล้ว   ถ้าจะถามต่อไปว่าจริยธรรมมาจากไหน นักปราชญ์ทั้งตะวันตกและตะวันออกเชื่อว่า จริยธรรมเป็นธรรมชาติของมนุษย์   อริสโตเติ้ล นักปรัชญากรีกคนสำคัญอธิบายว่า มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีจริยธรรม (ethical animal)   และด้วยคุณลักษณะดังกล่าวนี้มนุษย์จึงมีสำนึกผิดชอบ ชั่ว ดี รู้ว่าอะไรควรทำอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ    ความเป็นผู้มีจริยธรรมแสดงออกถึงความเป็นสัตว์ประเสริฐของมนุษย์   ความคิดของอริสโตเติ้ล สอดคล้องกับทรรศนะทางพระพุทธศาสนา   […]